“ประวิตร” ลั่น ขจัดปัญหาหนี้นอกระบบ นำขอนแก่นโมเดลเป็นต้นแบบ คนเป็นหนี้รบ.ต้องชดใช้ตามสัญญา

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 4 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี(ฝ่ายความมั่นคง)/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะประกอบด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.,พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะได้เดินทางด้วยเครื่องบิน มาที่ศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น โดยมี พล.ต.ท.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ ผบช.ภ.4,นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ข.ก.,พล.ต.กาจบดินทร์ ยิ่งดอน รอง ผอ.รมน.จังหวัด ข.ก.และ หน.หน่วยราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ตาม มาตรการคืนความสุขให้กับประชาชน เพื่อเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบกรณีกู้ยืมเงินสัญญาไม่เป็นธรรมและส่งมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 135 คน โดยมีประชาชนร่วมงานประมาณ 3,000 คน โดยกลุ่มประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนมีความยินดีที่ พล.อ.ประวิตรฯได้เดินทางมาบรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มฯเป็นอย่างยิ่ง ได้มีการยกเอาจังหวัดขอนแก่นเป็นต้นแบบในการจัดการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเยียวยาเกี่ยวกับการกู้เงินโดยทำสัญญาไม่เป็นธรรม
โดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายแก่ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยให้ทุกจังหวัดได้ดำเนินการให้สามารถคืนที่ดิน ทรัพย์สิน รวมถึงลูกหนี้รายวันที่คิดอัตราดอกเบี้ย ไม่เป็นธรรม มอบหมายให้ตำรวจทั่วทั้งประเทศไปดำเนินการ ในเรื่องนี้ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายโดยได้มอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติคือ 1) ให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียวมีการประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด โดยเน้นให้ประชาชนเข้าถึงการบริการภาครัฐ ในการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน ร้องทุกข์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว 2) เมื่อได้รับข้อมูลจากประชาชนแล้ว ให้ทุกส่วนทุกภาคส่วน วิเคราะห์ข้อมูล กรณีที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิด ให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังและเคร่งครัด 3) กรณีพฤติการณ์ที่ยังไม่ปรากฏว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดระบบในการไกล่เกลี่ย ประนอมหนี้ ให้คำแนะนำ คำปรึกษา และช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดมูลหนี้ที่เป็นความเป็นธรรมและมีความชัดเจนในการชำระหนี้ต่อไป 4) ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณานำแนวทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ตำรวจภูธรภาค 4 ไปปรับใช้ในทุกพื้นที่ เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและประสบผลเป็นรูปธรรม

โดยข้อสำคัญคือ การบูรณาการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งถือว่ามีความสำคัญและเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากและศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับความไม่เป็นธรรม โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันทำงาน ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจทหาร ปปง. อัยการ ศาล จะต้องช่วยกันคือ อย่าช่วยผู้กระทำผิดที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่พึงปรารถนา เพราะรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ถึงแม้ว่าจะใช้เวลามา 3 ปีกว่า ที่ได้พยายามทำเรื่องนี้มาโดยตลอด จนขณะนี้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนทั้งประเทศ และให้ทุกจังหวัด ต้องดำเนินการจัดตั้งศูนย์ ฯ ขึ้นมา โดยทุกภาคส่วนมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ออกหมายเรียก ออกหมายจับผู้กระทำความผิด เพื่อจะได้ดำเนินการให้หมดสิ้นไป เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ ต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ที่ไม่เป็นธรรม และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนในการปฏิบัติการขับเคลื่อนสนองนโยบายรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี(ฝ่ายความมั่นคง)/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขอส่งสัญญาณให้นายทุนและผู้ที่ ไปกู้เงินนอกระบบซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ต้องการที่จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนที่มีรายได้น้อย ขอฝากให้ผู้มีรายได้น้อยรวมถึงนายทุนต้องคำนึงถึงผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน ขอให้คิดถึง อย่าเอาเปรียบประชาชนและขอบคุณนายทุนทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการเจรจา เพื่อลดปัญหาเรื่องที่ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อคืนให้กับเจ้าของเดิมซึ่งแต่ละรายได้ผ่อนไปเป็นจำนวนมากแล้วขอบคุณทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายยุติธรรม ปปง. กอ.รมน. ทหาร ที่ได้ร่วมมือกันทุกฝ่ายรวม ถึงจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมมือการในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ให้ได้ตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งทุกจังหวัดต้องดำเนินการเช่นนี้ซึ่งถือเป็นโมเดลเริ่มต้น

และฝากย้ำถึงประชาชนอย่ากู้หนี้ยืมสินจำนวนมากให้ใช้จ่ายอย่างพอประมาณ ที่สำคัญคือนายทุนในการกู้ยืมให้คิดดอกเบี้ย ตามที่กฎหมายกำหนด อย่าเอารัดเอาเปรียบประชาชน และขอให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างพอเหมาะ พอควร อยู่อย่างพอเพียง อย่าสร้างภาระหนี้สินจำนวนมาก เพราะจะทำให้เกิดความเดือดร้อน ซึ่งรัฐบาลถือว่าเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ในการที่จะดำเนินการให้สำเร็จ และในการมอบโฉนดที่ดินในครั้งนี้ ได้อธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจว่าอย่านำโฉนดไปจำนองอีก แต่ขอให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองให้มากที่สุด ซึ่งรัฐบาลจะดูแลในทุกด้านที่เป็นปัญหาของประชาชน รวมถึงเกษตรกร ทุกกลุ่มอาชีพ รัฐบาลได้พยายามที่จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยตลอดระยะเวลา 4 ปีที่รัฐบาลได้เข้ามา ได้ทำทุกอย่างจนเศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ และจะดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ โดยทหาร ตำรวจ กอ.รมน. ฝ่ายยุติธรรม จะร่วมมือกันขับเคลื่อนทุกจังหวัดในการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า กรณีครูที่มีปัญหาจะมายื่นเรื่องด้วยจะครอบคลุมถึงหรือไม่ ซึ่งอันไหนที่มันเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องของความเหลื่อมล้ำ เราจะจัดการให้หมด ครอบคลุมหมด ในส่วนที่ไปกู้รัฐบาล รัฐบาลจะไปเอาเปรียบอะไรเรา ท่านกู้ในระบบซึ่งตัวเองก็เซ็นรับรองกับเขาแล้ว แล้วจะไม่ใช้ได้อย่างไร ปัญหาที่จะต้องลด ปัญหาก็เยอะอยู่แล้วเดี๋ยวธนาคารเขาก็จะมีมาตรการเองจะลดดอกเบี้ยหรือมาตรการอื่นๆเขาก็จะไปพูดคุยเอง หนี้นอระบบนั้นเราจะต้องเร่งดำเนินการอยู่แล้ว

ด้าน น.ส.ณภัค ต้นสีนนท์ อายุ 41 ปี ชาวอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ผู้ได้โฉนดเลขที่ 5659 เนื้อที่ 4 ไร่ กล่าวว่าตนไม่คิดว่าจะได้โฉนดคืนมาเร็วขนาดนี้ คิดว่าคงไม่มีปัญญาไปถ่ายที่คืนอีกแล้ว ซึ่งในช่วงที่เราลำบากเรามืดมนเรามองไม่เห็นทาง ขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเรา ทุกๆฝ่ายที่ช่วยเหลือเราภูธรภาค 4 ดูแลและบริการดีมากช่วยเหลือแนะนำ เราทุกข์มากทุกข์มาก็ให้คำแนะนำเมื่อก่อนเรากลัวตำรวจไม่กล้าพอมาขอความช่วยเหลือทางตำรวจได้ช่วยเหลือดีมากแนะนำดีมากๆ ซึ่งกรณีของพี่ก็คือได้เอาโฉนดเข้าไปทำสัญญา กู้เงินมาเพียง 200,000 แต่กลับเพิ่มเป็น 400,000 แสนภายใน 1 ปีกว่า ซึ่งมันเป็นสัญญาที่ไม่ถูกต้อง และต้องส่งทุกปี ในดอกร้อยละ 3 บาท และยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆตามมาอีกมาก ซึ่ง ณ ตอนนี้ทางเราได้ไกล่เกลี่ยเรียบร้อยแล้วได้โฉนดคืนแล้วและยังต้องคงใช้หนี้เงินต้นต่อไปอีก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ใช้หนี้ไป 1 แสนกว่าบาท เหลือเพียงอีกไม่กี่หมื่นก็จะใช้หนี้ทั้งหมด ซึ่งหลังจากได้โฉนดคืนเราก็ยังต้องใช้หนี้ให้ครบแต่จากนี้ไปก็อยู่ในความเป็นธรรมมากขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon