หน้าแรก การเมือง โหรวารินทร์ ช...

โหรวารินทร์ ชี้ข่วงพระเจ้าล้านนาสร้างบนที่ทหาร คาดดิสเครดิตรัฐบาล เตรียมส่งทีมกม.พิจารณา

20.07.18 | 16:51 น.

โหร คมช. เปิดแถลงข่าวโต้เพจดัง ยันยืมตัวพลทหารมาดูแล-สร้างข่วงพระเจ้าล้านนา ชี้เป็นพื้นที่กองทัพบก ไม่แปลกขอมาช่วยงาน ปัดนำตัวมารับใช้ส่วนตัว-ครอบครัว เผยมูลนิธิจ่ายเบี้ยเลี้ยง-อาหาร-ที่พัก-ดูแลเจ็บป่วย บอกไม่ทราบจุดประสงค์คนที่ทำ เชื่อเป็นกลุ่มเดิมที่พยายามโยงการเมือง ดิสเครดิตรัฐบาล อ้างไม่ยุ่งการเมือง-ฝักใฝ่ฝ่ายใด

กรณีเพจเฟซบุ๊ก CSI LA โพสต์และแชร์ภาพพลทหารรับใช้ทำงานบ้านนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) น้องชายนายปรีชา บัววิรัตน์เลิศ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยระบุว่าให้ทำงานหนัก ปลูกผัก เลี้ยงวัว ตัดต้นไม้ ทำงานบ้าน และดูแลกิจการของครอบครัวของโหรดังกล่าว ที่บ้านสุขิโต ซึ่งเป็นที่ตั้งวิหารหลวงปูเกวาลัน ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนพลทหารรุ่นพี่บางนายทนไม่ไหวและหนีกลับไป เมื่อหลายปีก่อนนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 20 กรกฎาคม ที่ข่วงพระเจ้าล้านนา ปากทางเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นายวารินทร์ ได้เปิดแถลงข่าวเรื่องดังกล่าว ว่า ไม่เป็นความจริง ซึ่งการขอยืมตัวพลทหารมาดูแลและทำงานที่ข่วงพระเจ้าล้านนา เริ่มตั้งแต่ปี 2551 ที่มีการขอใช้พื้นที่ทหาร มาสร้างข่วงพระเจ้าล้านนา ซึ่งทางผู้ใหญ่ได้อนุญาต เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีบนพื้นที่กว่า 30 ไร่ จุดประสงค์ที่สร้างเพื่อคลายกรรมของแผ่นดินสมัยนั้น พร้อมเป็นการบำรุงพระพุทธศาสนา และหลักยึดเหนี่ยวพุทธศาสนิกชนโดยใช้ทุนส่วนตัวของผม และคณะศิษยานุศิษย์ ที่ร่วมกันบริจาค ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่น้อย ทางผู้ใหญ่กองทัพบกก็เห็นชอบ ซึ่งได้สร้างจนถึงปี 2556 การก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมระยะเวลากว่า 5 ปี

“เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2556 ได้มอบพื้นที่ดังกล่าวกลับคืนให้กองทัพบก ซึ่งทางผู้ใหญ่กองทัพบกได้เดินทางมารับมอบด้วยตนเอง พร้อมชื่นชมข่วงดังกล่าว ที่สร้างด้วยแรงศรัทธาประชาชน โดยสอบถามว่าใครเป็นผู้ดูแลสถานที่ จึงตอบว่าพุทธศาสนิกชนเป็นผู้ดูแล และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยจัดตั้งเป็นมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา ที่ผมเป็นประธานมูลนิธิดังกล่าว ซึ่งสถานที่ดังกล่าว เป็นสมบัติของกองทัพบก ไม่ใช่ของผมหรือครอบครัวอย่างใด” นายวารินทร์ กล่าว

Advertisement

หลังมอบข่วงพระเจ้าล้านนาให้กองทัพบกดูแล ทางกองทัพได้จัดกำลังพลเข้ามาดูแลและพัฒนา โดยผลัดเวรกันดูแลสถานที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ แต่มูลนิธิฯ เป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาเท่านั้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเดือนละหลายแสนบาท ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ยังเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เช่น ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ส่วนด้านหลังเป็นบ้านเรือนไทยสมัยโบราณที่เป็นศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งพลทหารและเจ้าหน้าที่ประจำการ ที่กองทัพจัดส่งมาดูแลในแต่ละรุ่น ๆละ 20 นาย ซึ่งมูลนิธิช่วยดูแลเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร โดยให้เบี้ยเลี้ยงนายสิบประจำการ 200 บาท/คน/วัน พลทหารได้รับ 120 บาท/คน/วัน นอกเหนือจากเบี้ยเลี้ยงที่ทางราชการจัดให้แล้ว เมื่อพลทหารปลดประจำการ ได้มอบเงินก้อนหนึ่ง ให้เป็นทุนรายละ 5,000-10,000 บาท ส่วนทหารประจำการ ถ้าปลดเกษียณ หรือเออรี่รีไทร์ ได้มอบเป็นทุน รายละ 50,000-100,000 บาท พร้อมจัดหาทุน เพื่อเป็นหลักประกันให้กับพลทหาร และกำลังพลที่มาช่วยดูแลพื้นที่ดังกล่าว

“พลทหารที่ปลดประจำการบางนาย ได้มาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลกิจการครอบครัว ได้บรรจุเข้าเป็นพนักงานของบริษัท หรือเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิแทน ดังนั้นการขอยืมตัวพลทหารมาดูแลข่วงพระเจ้าล้านนา ซึ่งเป็นสถานที่ราชการหรือกองทัพ ไม่แปลก ซึ่งมีที่พักประจำแต่ไม่เพียงพอ จึงจัดที่พักหรือเรือนพักทหารนอกเขตบ้านเพิ่ม มีกำลังพลสับเปลี่ยนหมุนเวียนพักตลอด ซึ่งเรื่องดังกล่าว ไม่ทราบจุดประสงค์ คนที่กล่าวหา และไม่รู้ว่าเป็นใคร หรือใครโจมตี ใส่ร้ายป้ายสี แต่ยืนยัน ไม่ได้นำพลทหารมารับใช้ส่วนตัว หรือกิจการครอบครัว ถ้าบอกว่าให้มาเป็นคนงานก่อสร้าง ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอง” นายวารินทร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเพจดังกล่าว โพสต์รูปภาพพลทหารรับใช้ กำลังขนย้ายสิ่งของภายในบ้าน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายวารินทร์ กล่าวว่า น่าเป็นรูปสมัยก่อสร้างข่วงพระเจ้าล้านนา ที่ขนย้ายสิ่งของ วัสดุก่อสร้าง มาจัดตกแต่งภายในข่วงดังกล่าว ไม่ใช่ให้ทำงานหนัก ซึ่งมีพลทหารบางนายที่รอปลดประจำการ มาขอฝึกงาน และขอทำหน้าที่ดูแลภายในพื้นที่ดังกล่าว บางนายไปดูแลคอกวัว ควาย ที่ไถ่ชีวิตมาปีละ 10 ตัว รวมกว่า 40 ตัว บางส่วนนำไปอภิบาลที่สวนดอยสะเก็ด มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ฉีดวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งพลทหารบางนาย ได้ขอนำวัว ควาย ไปให้พ่อแม่ใช้งานจึงอนุญาตไป แต่มีกฎว่าห้ามฆ่าเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฟ้องร้องเพจ หรือโซเซียลมีเดีย ที่เผยแพร่เรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายวารินทร์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร แต่ให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาก่อน ถ้ายังมีการใส่ร้ายป้ายสี หรือโจมตีเป็นภาค 2 ภาค 3 ต้องสงวนสิทธิปกป้องชื่อเสียงผมและครอบครัว ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นกลุ่มเดิม ๆ ที่เคยใส่ร้ายโจมตีมาตลอด มีหลายกลุ่ม ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

นายวารินทร์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้ทำอะไรให้ใคร ผมทำงานบุญงานกุศลตลอด ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวการเมือง หรือฝักฝ่ายหนึ่งฝ่่ายใด แต่ไม่รู้ว่ากลุ่มที่ทำ ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือหรือดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีหลายฝ่ายมองว่าผมใกล้ชิดกับรัฐบาล ทั้งที่เดินตามทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าว ไม่มีผู้ใหญ่สอบถาม เพราะรู้และเข้าใจสิ่งที่ผมได้ทำมาตลอด และไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องดังกล่าว แต่มีคนพยายามโยงให้เป็นเรื่องการเมือง จึงต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง ให้สังคมรับทราบ

ด้าน ร.ต.วิรัช ห้วงคละการ นายทหารนอกประจำการ ที่เคยดูแลการสร้างข่วงพระเจ้าล้านนา เมื่อปี 2552-2559 รวม 7 ปี กล่าวว่า ข่าวที่ออกมา ไม่เป็นความจริง นายวารินทร์ ได้ดูแลช่วยเหลือพลทหารและกำลังพลมาที่ช่วยงานตลอดทั้งเบี้ยเลี้ยง อาหาร ที่พัก เจ็บป่วย ไม่ได้ทอดทิ้ง หรือบังคับ ข่มขู่ ขู่เขญให้ทำงานหนัก ทุกคนสมัครใจมา บางนายอยากมาทำงานที่นี่ เมื่อปลดประจำการได้งานทำ ไม่เป็นภาระ สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ ซึ่งผมยืนยันได้ว่านายวารินทร์ ใช้หลักเมตตา ใจดี ช่วยเหลือเกื้อกูลพลทหารรับใช้ หรือกำลังพลที่เดือดร้อน และไม่ได้ใช้ทำงานส่วนตัว เป็นเพื่อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และส่วนรวมทั่วไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวารินทร์ ใช้เวลาแถลงข่าวกว่า 30 นาที ก่อนขึ้นรถตู้เดินทางกลับ