‘มาร์ค’ แฉพลังดูดใช้เงิน-ตำแหน่ง-คดี ล่อย้ายพรรค ปลุกพลัง ปชช.ลุกคว่ำพวกเห็นแก่ตัว

“มาร์ค” แฉพลังดูดใช้เงิน-ตำแหน่ง-คดี ล่อย้ายพรรคใหม่ ปลุกพลัง ปชช.ลุกคว่ำพวกเห็นแก่ตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จวกพวกเหลือบฝูงใหม่ดูดอดีต ส.ส.สร้างฐานเสียงตัวเอง เชื่อประเทศไม่หลุดพ้นวงจรเดิม

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีการทาบทามอดีตนักการเมืองต่างๆ ให้ย้ายพรรคว่า หากการเชิญดังกล่าวไม่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน ตนไม่ถือว่าเป็นพลังดูด แต่ถ้าไปเพราะพรรคใหม่มีทุนสนับสนุนถือว่าเป็นการใช้เงินดูด หรือแม้แต่กรณีมีตำแหน่งรัฐมนตรีจูงใจก็ถือว่าใช่ แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือนำคดีความมาต่อรองให้ย้ายไปอยู่กับพรรคใหม่ แล้วคดีจะจบ ซึ่งต้องจับตาเพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันใช้มาตรา 44 ตีตราไว้หลายคน ซึ่งตอนนี้จะเคลียร์ให้ ในทางกลับกัน ถ้าไม่มีผลประโยชน์ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าการย้ายพรรคไม่มีผลประโยชน์ ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะ 3 เรื่องที่ว่ามาทั้งเงิน ตำแหน่งรัฐมนตรี และคดีความ ตนรับทราบมาว่ามีการเจรจาเรื่องเหล่านี้จริง

“คนในพรรค ปชป.ตกเป็นเป้าในเรื่องเหล่านี้อยู่ แต่ผมเชื่อว่าเขาตกผลึกแล้ว ถ้ามั่นคงในอุดมการณ์ก็อยู่ แต่ถ้ามีเรื่องเหล่านี้ก็ไป เราคงห้ามอะไรไม่ได้ ผมไม่สบายใจที่มีคนพูดเรื่องการย้ายพรรคเพราะมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติทางการเมือง เพราะควรพอได้แล้วกับการเมืองแบบนี้ สังคมควรตัดสินใจปฏิเสธการเมืองแบบนี้ได้แล้ว และหวังว่าประชาชนจะมองคนที่โยกย้ายด้วยปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง แต่เป็นเรื่องประโยชน์ส่วนตัว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการดึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ของคู่แข่งมาเป็นพวก เพื่อทำให้ตัวเองมีฐานเสียงที่เข้มแข็งขึ้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราก็จะเหมือนคู่แข่งในอดีต ถามว่าประเทศก้าวหน้าอย่างไร ขณะเดียวกันจะกลายเป็นเหลือบฝูงใหม่ เมื่อเริ่มต้นด้วยวิธีการที่ผิด ยากที่จะกลับไปสู่ความถูกต้อง อย่างไรก็ตาม พรรคถูกตำหนิตลอดว่ายึดหลักการมากเกินไป แต่พวกตนยืนยันตลอดว่าต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ ตนยังเคยพูดในพรรคว่าถ้าให้ทำเหมือนเขา จะมีเราทำไม เราไปอยู่กับเขาก็หมดเรื่อง ทุกคนไปแสวงหาผลประโยชน์ทำแบบเดียวกันหมด แต่ที่พรรคไม่เห็นด้วย เพราะต้องการให้ประเทศหลุดพ้นจากวงจรนี้ ถ้าไม่หลุดพ้นจากวงจรก็แค่เปลี่ยนหน้าเท่านั้น และการเมืองก็ล้มเหลวเหมือนเดิม

บทความก่อนหน้านี้เหตุจับเมียเป็นตัวประกันที่กระบี่จบแล้ว ผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว
บทความถัดไปสกสค.เตรียมประสาน ขอ 2.5 พันล้านคืน หลัง ปปง. ประกาศยึดทรัพย์ ‘เกษม-พวก’