ราชธานีเจริญศรีโสธร ชง‘ครม.สัญจร’ พัฒนาอีสานล่าง2

24.07.18 | 12:00 น.

หมายเหตุ – ข้อเสนอในการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 หรือกลุ่มจังหวัด “ราชธานีเจริญศรีโสธร” (อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ-ศรีสะเกษ-ยโสธร) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานการประชุมในวันที่ 24 กรกฎาคม ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัญจรต่อไป

1.ด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์
พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 มีพื้นที่ชายแดนติดกับลาว และกัมพูชา มีจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรน รวม 9 แห่ง มีเส้นทางคมนาคมทางถนนเชื่อมต่อกันระหว่างจังหวัดภายในกลุ่มจังหวัด ทั้งที่เป็น 4 ช่องจราจร และ 2 ช่องจราจร มีสนามบินพาณิชย์ 1 แห่ง และยังมีทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ผ่านนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ สุดปลายทางที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ส่งผลให้กลุ่มจังหวัดเป็นศูนย์กลางเส้นทางเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอินโดจีน CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และเชื่อมไปถึงจีน เพื่อพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงขอรับการสนับสนุนดังนี้
1.1 โครงข่ายคมนาคมทางถนน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการค้า การลงทุน การค้าชายแดน โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจรตลอดสาย จัดทำเกาะกลางถนน และศึกษาออกแบบ ในเส้นทางสำคัญเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ 12 สายทาง คือ

การคมนาคมเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้าชายแดน
(1) เร่งรัดปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2169 ตอนยโสธร-เลิงนกทา เพื่อเป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจเชื่อมต่อกับมุกดาหาร และมีโครงข่ายเชื่อมโยงสายหลักไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่สอง โดยขอขยายเป็น 4 ช่องจราจร
(2) เร่งรัดปรับปรุงถนนวงแหวนรอบเมืองอุบลราชธานีฝั่งตะวันออก ทางหลวงหมายเลข 231 ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ใช้ในการขนส่งสินค้าและเดินทางสู่ด่านชายแดนช่องเม็ก โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจร
(3) เร่งรัดปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2178 วารินชำราบ-กันทรลักษ์ เพื่อแก้ไขปัญหาน้้ำท่วมและเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในการขนส่งสินค้า
(4) เร่งรัดการก่อสร้างเพิ่มช่องจราจรทางหลวงหมายเลข 220 ตอนวังหิน-ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งเสริมการค้าชายแดน
(5) เร่งรัดดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2050 อุบลราชธานี-ตระการพืชผล โดยขอทำเป็นเกาะกลางถนนตลอดสาย เพิ่มความปลอดภัยในการจราจร

การคมนาคมเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างจังหวัดภายในกลุ่ม
(6) เร่งรัดปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2083 + 2351 (มหาชนะชัย-ค้อวัง-ยางชุมน้อย) เป็น 4 ช่องจราจร
(7) เร่งรัดปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 202 ตอนสะพานคลองลาเซ-ปทุมราชวงศา ระยะทาง 15 กิโลเมตร และก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 202 ตอนยโสธร-อำนาจเจริญ ระยะทาง 31.925 กม. โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจร
(8) เร่งรัดปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 292 ตอนทางเลี่ยงเมืองยโสธรเป็น 4 ช่องจราจร
(9) เร่งรัดก่อสร้างถนนวงแหวนด้านทิศเหนือ จ.ศรีสะเกษ ระยะทาง 15 กิโลเมตร
การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบ
(10) เร่งรัดศึกษาความเหมาะสมของการขยายผิวจราจร สาย อจ. 3022 แยก ทล.212-บ้านพุทธอุทยาน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ระยะทาง 4.22 กม.
(11) เร่งรัดการศึกษาออกแบบโครงการก่อสร้างสะพานพัฒนามิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี
(12) เร่งรัดศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างถนนเชื่อมท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี โดยเชื่อมทางหลวงหมายเลข 231 ผ่านกองบิน 21 มาบรรจบถนนเข้าสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี ระยะทาง 2.518 กม.
1.2 โครงข่ายคมนาคมทางอากาศ
(1) ขยายอาคารสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี เพื่อรองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจการลงทุน และเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอินโดจีน ดังนี้

เร่งรัดดำเนินการให้เร็วขึ้นจากแผนที่กำหนดไว้เดิมปี 2565 ประกอบด้วย
– ขอเพิ่มลานจอดเครื่องบินรองรับเที่ยวบินเพิ่มขึ้น
– สะพานเทียบพร้อมส่วนต่อเติม
– อาคารจอดรถยนต์ และปรับปรุงต่อเติมร้านค้า

Advertisement

ขอรับการสนับสนุนในการดำเนินการก่อสร้าง
– ปรับปรุงและต่อเติมอาคารที่พักผู้โดยสาร
– จุดตรวจค้นรถยนต์และจุดตรวจค้นบุคคล
(2) เร่งรัดศึกษาสนามบินมุกดาหารเพื่อนำมาประกอบข้อเสนอที่ขอให้พิจารณาความเป็นไปได้เพิ่มเติมในส่วนของสนามบินเลิงนกทาเป็นสนามบินพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลของจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ใช้ในราชการทหาร และมีเอกชนใช้สำหรับเครื่องบินส่วนตัว ซึ่งมีระยะทางห่างจากมุกดาหาร 50 กม. อำนาจเจริญ 40 กม. ยโสธร 70 กม. อุบลราชธานี 110 กม. หากพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์จะก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้
1.3 โครงข่ายคมนาคมทางราง
(1) เร่งรัดศึกษาโครงการรถไฟทางคู่ วารินชำราบ-ช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี
(2) เร่งรัดศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรถไฟจากสถานีวารินชำราบ-อำนาจเจริญ-เลิงนกทา เชื่อมโครงการรถไฟทางคู่ บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

2.ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และแก้ไขปัญหาอุทกภัย
ปี 2557-2561 ได้สนับสนุนงบประมาณด้านแหล่งน้้ำให้แล้วเกือบ 10,000 ล้านบาท และตั้งไว้ในปี 2562 อีก 2,000 ล้านบาท โดยกลุ่มจังหวัดมีพื้นที่การเกษตร 13.818 ล้านไร่ อยู่ในเขตชลประทาน 1.4511 ล้านไร่ พืชเศรษฐกิจที่สาคัญ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ มันสำปะหลัง อ้อย พืชผัก ผลไม้ สมุนไพร เป็นต้น มุ่งเน้นพัฒนาการเกษตรนาแปลงใหญ่และเกษตรอินทรีย์ แต่เนื่องจากยังประสบปัญหาการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร รวมทั้งปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งเป็นประจำทุกปี จึงขอรับการสนับสนุน
2.1 การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 40 โครงการ แยกเป็น แก้มลิง 25 โครงการ อาคารบังคับน้ำ 8 โครงการ ฝาย 3 โครงการ สูบน้ำด้วยโซลาร์เซลล์ 3 โครงการ ระบบส่งน้ำ/กระจายน้ำ 1 โครงการ
2.2 การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย 5 โครงการ แยกเป็น ประตูระบายน้ำ 4 โครงการ ระบบการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำ 1 โครงการ
2.3 ขอให้ศึกษาความเหมาะสม 5 โครงการ ได้แก่
(1) โครงการศึกษาความเหมาะสมทางผันน้ำฝั่งขวาลำน้ำมูลเพื่อบรรเทาอุทกภัย จ.อุบลราชธานี
(2) โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่าง (พื้นที่ร้อยเอ็ด และยโสธร)
(3) โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและเพิ่มพื้นที่ชลประทานลาเซบาย
(4) โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและเพิ่มพื้นที่ชลประทานลาเซบก
(5) โครงการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมืองยโสธร

3.ด้านการยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
กลุ่มจังหวัดเป็นพื้นที่ที่ได้รับรองมาตรฐานเกี่ยวกับเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์รวม 179,704 ไร่ กลุ่มเกษตรกร 55 กลุ่ม รวม 5,922 ราย มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์และสินค้าเกษตรอินทรีย์อื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน ในปี 2564 เป็น 1 ล้านไร่ แต่ปัจจุบันเกษตรกรยังขาดนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตสินค้าด้านการเกษตร ดังนั้น เพื่อยกระดับการผลิตและการแปรรูปผลผลิตด้านเกษตรอินทรีย์ไปสู่การเป็นสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ จึงขอรับการสนับสนุน

3.1 โครงการก่อสร้างโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อให้บริการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากการเกษตรแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอี โดยสร้างโรงงานเพื่อให้บริการแปรรูปสินค้าเกษตร 3 ประเภท ได้แก่ 1) เนื้อสัตว์ 2) เครื่องดื่ม 3) เครื่องสำอาง ทั้งนี้ เป็นโครงการที่เคยได้รับความเห็นชอบจาก ครม.สัญจรที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 และค่าก่อสร้างอาคารหลังที่หนึ่ง (แปรรูปเนื้อสัตว์) อยู่ในคำของบประมาณ ปี 2562 ของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังขาดงบประมาณสำหรับก่อสร้างอาคารแปรรูปเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง โกดัง พร้อมวัสดุครุภัณฑ์ของทั้ง 3 อาคาร และระบสาธารณูปโภค ขอให้ ครม.เร่งรัดเพื่อให้โครงการดำเนินการต่อไปได้โดยสมบูรณ์ พร้อมกันนี้ขอเสนอโครงการสร้างพื้นที่สำหรับพัฒนาเกษตรกรและบ่มเพาะผู้ประกอบการสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอี อย่างครบวงจรเพิ่มเติม โดยเชื่อมโยงกับโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (Science Park) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ดำเนินงานอยู่แล้วในพื้นที่

3.2 โครงการยกระดับกลุ่มจังหวัด ให้เป็นกลุ่มคลัสเตอร์ต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์ โดยขอรับการสนับสนุนนโยบาย และบูรณาการการทำงานของส่วนงานราชการในพื้นที่และส่วนกลางเพื่อขับเคลื่อน 4 ด้าน ดังนี้

(1) ส่งเสริม สนับสนุนการขยายตลาดสำหรับผลผลิตเกษตรอินทรีย์
(2) สร้างระบบการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่เพื่อการส่งออก
(3) ส่งเสริมการนำนวัตกรรมมาพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรอินทรีย์
(4) สนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับการรวบรวมผลผลิตทางเกษตรอินทรีย์
3.3 ขอให้สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพครบวงจรในพื้นที่ โดยประกาศให้เป็นพื้นที่ Bio Hub ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงอุตสาหกรรม

4.ด้านคุณภาพชีวิต
กลุ่มจังหวัดมีประชากร 4.2 ล้านคน เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลศูนย์ แต่มีปัญหาด้านคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง จึงขอรับการสนับสนุน ดังนี้
4.1 โครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาด 1,188 เตียง ให้บริการตั้งแต่ระดับปฐมภูมิจนถึงระดับตติยภูมิขั้นสูง ปี 2560 มีผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ 3,405 คน ผู้ป่วยในเฉลี่ยวันละ 1,375 คน แต่โรงพยาบาลมีพื้นที่ให้บริการจำกัด ทำให้เกิดความแออัด
4.2 ขอรับการสนับสนุนศูนย์การแพทย์แผนไทย-พนา เป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร บริการคลินิกแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ รักษา และฟื้นฟู ผลิตและจำหน่ายยาสมุนไพรที่มีคุณภาพ เน้นการใช้สมุนไพรคุณภาพดีในท้องถิ่น เป็นศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพด้านการแพทย์แผนไทย ศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย ส่งเสริมองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านผสมผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบันยกระดับเป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาคุณภาพด้านการแพทย์แผนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.3 ขอรับการสนับสนุนครุภัณฑ์ ในการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โดยจัดบริการห้องผ่าตัดสำหรับแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก ตา ระบบทางเดินปัสสาวะ และศัลยกรรมทั่วไป

5.ด้านการท่องเที่ยว
กลุ่มจังหวัดมีแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมขอมโบราณ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สถานที่สำคัญทางศาสนาและมาตุภูมิของพระอริยสงฆ์ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนในวงกว้าง รวมถึงวัฒนธรรมชนเผ่าในพื้นที่ที่หลากหลาย แต่สภาพเส้นทางคมนาคมติดต่อบางช่วงยังเป็น 2 ช่องจราจร และไม่มีเกาะกลางถนน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุแก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้เส้นทาง จึงมีข้อเสนอขอรับการสนับสนุน ดังนี้

โครงข่ายคมนาคมรองรับการท่องเที่ยว
5.1 โครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเส้นทางท่องเที่ยวและเชื่อมโยงการค้าชายแดน ทางหลวงหมายเลข 217 วารินชำราบ-ช่องเม็ก โดยขอทำเป็นเกาะกลางถนนตลอดสาย
5.2 โครงการเพิ่มศักยภาพการเดินทางบนทางหลวงสายหลักเขาพระวิหาร เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เชื่อมโยงโครงข่ายการค้า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงเกษตร ในทางหลวงหมายเลข 221 ตอนศรีสะเกษ-ภูเงิน-กันทรลักษ์-เขาพระวิหาร ระยะทาง 50 กม. โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจรตลอดสาย
5.3 พัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงและการค้าชายแดนเส้นทาง 2112+2222 เขมราฐ-โขงเจียม-พิบูลมังสาหาร โดยขยายความกว้างของถนนและไหล่ทางเส้นทางจราจรตลอดสาย

การพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว
5.4 ขอรับสนับสนุนกลไกการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชายแดนช่องเม็กให้เป็นเมืองศูนย์การค้าชายแดน
5.5 การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิมานพญาแถน จ.ยโสธร โดยย้ายเรือนจำเพื่อปรับสภาพภูมิทัศน์
5.6 การศึกษาและออกแบบอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน จ.อำนาจเจริญ