ไม่เพียงแต่การแสดงออกที่โน้มเอียงในการยอมรับร่างรัฐธรรมนูญอันมาจากพรรคภูมิใจไทยจะเป็นเรื่องดี
ท่าทีที่ยอมรับของพรรคชาติไทยพัฒนา ก็เป็นเรื่องดี
ขณะเดียวกัน ภายใน “เรื่องดี” ที่พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทย โน้มเอียงที่จะยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ
การประกาศ “ไม่ยอมรับ” ก็เป็น “เรื่องดี”
ไม่ว่าจะเป็นคำประกาศอันมาจาก “พรรคเพื่อไทย” ไม่ว่าจะเป็นคำประกาศอันมาจาก “พรรคประชาธิปัตย์”
เพราะนี่คือ “สีสัน” แห่งความเป็น “ประชาธิปไตย”
ความงดงามแห่งระบอบประชาธิปไตย คือ การให้ความเคารพต่อความเห็นต่างในทางการเมือง
โดยหลักการต้องยึด “เสียงข้างมาก” เป็น “แนวปฏิบัติ”
แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าการละเลย หรือกระทั่งปิดกั้นมิให้ “เสียงข้างน้อย”ได้มีโอกาสแสดงออก
เพราะหากไม่เคารพต่อ “เสียงข้างน้อย” ก็อาจกลายเป็น “ทรราช”
การเปิดโอกาสให้ทั้งกับฝ่ายที่ “เห็นด้วย” ขณะเดียวกัน การเปิดโอกาสให้ทั้งกับฝ่ายที่ “ไม่เห็นด้วย”
จึงเป็น “ความงดงาม”แห่งระบอบ”ประชาธิปไตย”
เป็นความปรารถนาร่วมกันของ “นักประชาธิปไตย” แม้จะมีมุมมองที่ “แตกต่าง”ต่อร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม
เพราะในที่สุดแล้วคนที่ตัดสินใจ คือ “ประชาชน”
ไม่ว่าจะเป็น “ประชามติ” ไม่ว่าจะเป็น “การเลือกตั้ง” ปัจจัยชี้ขาดอย่างแท้จริง คือเสียงของ “ประชาชน”
การตัดสินใจของ “พรรคการเมือง” จึงสำคัญ
เพราะว่าพรรคการเมืองมิได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว โด่เด่ องค์ประกอบที่สำคัญของพรรคการเมืองคือ “สมาชิกพรรค”
สมาชิกพรรค ผู้นิยมพรรค นั่นแหละคือ “มวลชน”
จากเดือนมีนาคม ไปยังเดือนเมษายน ไปยังเดือนพฤษภาคม ไปยังเดือนกรกฎาคม กระทั่ง วันที่ 7 สิงหาคม
ไม่มีใครรู้ว่า “ประชาชน” จะตัดสินใจอย่างไร
กระนั้น ผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 อันเป็นการเลือกตั้งครั้งหลังสุด ก็สามารถเป็น “บรรทัดฐาน” 1 ซึ่งสำคัญ
เพราะมีผู้มีสิทธิออกเสียงจากทั่วประเทศจำนวน 46.9 ล้านคน
ปรากฏว่าร้อยละ 48.4 เลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 35.1 เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.9 เลือกพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.7 เลือกพรรคชาติไทยพัฒนา
เท่ากับ 15.7 ล้านคนเลือกพรรคเพื่อไทย
เท่ากับ 11.4 ล้านคนเลือกพรรคประชาธิปัตย์
เท่ากับ 1.2 ล้านคนเลือกพรรคภูมิใจไทย
เท่ากับ 9 แสนคนเลือกพรรคชาติไทยพัฒนา
หากประเมินจากสถิตินี้เท่ากับ ร้อยละ 83.5 โน้มไปทางพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์
ร้อยละ 6.6 โน้มไปทางพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา
เท่ากับ 27 ล้านคนเป็นเสียงของพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ เท่ากับ 2.1 ล้านคนเป็นเสียงของพรรคภูมิใจไ ทย พรรคชาติไทยพัฒนา
ร่างรัฐธรรมนูญน่าจะ”ไม่ผ่าน” ประชามติ
ตัวแปรอย่างสำคัญจึงอยู่ที่ว่าคะแนนเสียงของคสช. คะแนนเสียงของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร
จะสามารถเอาชนะ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่
นั่นหมายถึง ผลงานของคสช. ผลงานของรัฐบาล นับแต่รัฐประหารเดือนพฤษ ภาคม 2557 ต้อง”เข้าตา”
“ประชาชน”จึงจะเท”คะแนน”ให้

