จากกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งตกเป็นจำเลยคดีที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษร่วมแกนนำ กปปส. กบฏ ได้ยื่นฟ้องนายนันทศักดิ์ พูลสุข อดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งปัจจุบันเป็นอัยการอาวุโส เป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม61 ที่ผ่านมา ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีที่นายไพบูลย์ เห็นว่า การที่นายนันทศักดิ์ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นเมื่อปี 2557 สั่งฟ้องนายไพบูลย์ ในคดีร่วมกบฏ กปปส. นั้น เป็นการไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 และ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 นั้น
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด “ศาลอาญาคดีทุจริตฯ” พิจารณาพยานเอกสารที่นายไพบูลย์ ได้ยื่นไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.49/2561 พร้อมคำฟ้อง กับเอกสารการสอบสวนและบันทึกความเห็นการสั่งคดี (อ.ก.4)ของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ และ พนักงานอัยการในชั้นตรวจคำฟ้องนี้แล้ว ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เห็นว่า นายนันทศักดิ์ จำเลยได้พิจารณาวินิจฉัยอย่างรอบคอบเป็นธรรม แสดงเหตุผลประกอบละเอียดรอบคอบแล้ว ไม่มีหลักฐานใดแสดงให้เห็นว่า การสั่งคดีของจำเลยนั้น ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมตามที่โจทก์กล่าวหา จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องให้พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังนายไพบูลย์ กล่าวภายหลังว่า ตนจะใช้สิทธิในการยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ต่อไป เพราะยังเห็นว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ไม่เห็นด้วย ซึ่งจะยื่นเสนอทั้งประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพิ่มเติม โดยจะยื่นอุทธรณ์ใน 2 ประเด็นคือ 1.ผู้ถูกฟ้อง (อัยการ) ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาขัดขวางการเลือกตั้งก่อนออกคำสั่งเห็นควรสั่งฟ้องเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ซึ่งภายหลังผ่านมา 3 ปีแล้ว ถึงมาแจ้งข้อกล่าวหาในปี 2560 เห็นว่าขัดต่อระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2.การสั่งคดีมีการพิจารณาเพียง 6 วัน ทั้งที่คดีมีผู้ต้องหากว่า 50 คน เป็นการดำเนินการรวบรัด โดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม ส่วนประเด็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ติดใจยื่นอุทธรณ์ ทั้งนี้ ตนได้ยื่นขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ไว้แล้ว คาดว่าจะยื่นอุทธรณ์ได้ภายในเดือน สิงกาคมนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของ กปปส.นั้นล่าสุดตั้งแต่ต้นปี 2561 อัยการได้ทยอยยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 69 ปี ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ( มปท.) ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการ กปปส. และแกนนำ กปปส.รวมทั้งแนวร่วมมาแล้ว รวม 25 ราย ต่อศาลอาญา แล้วในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฎและข้อหาอื่นรวม 8-9 ข้อหา ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดีนี้ในวันที่ 14 พ.ค.2562 ซึ่งแกนนำและแนวร่วม กปปส.ทั้งหมดได้รับการประกันตัวไปคนละ 6 แสนบาท
อย่างไรก็ตามสำหรับแกนนำ กปปส.ชุดแรก ที่อัยการยื่นฟ้องไปตั้งแต่ปี 2557 ประกอบด้วย นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 56 ปี ,นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 41 ปี,นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 67 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) และนายเสรี วงษ์มณฑา อายุ 69 ปี นั้นคดียังอยู่ระหว่างการสืบพยานของศาล
ทั้งนี้ปัจจุบันยังเหลือแกนนำ-แนวร่วม กปปส.รวมทั้งนักวิชาการที่อัยการยังรอส่งตัวฟ้องอีกกว่า 20 ราย

