“มัลลิกา” ซัดอย่าเบี่ยง “เบี้ยวหนี้กยศ.” มาขยี้ “ชวน หลีกภัย” ผู้ริเริ่มให้ลูกหลานคนจนเข้าถึงโอกาสการศึกษา

27.07.18 | 20:43 น.

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน www.mallikafoundation.com กล่าวว่า สังคมและผู้คนต่างๆควรแยกแยะกรณีศิษย์เบี้ยวหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.แล้วปล่อยครูผู้ค้ำประกันรับชำระ เพราะเรื่องการเป็นหนี้-ใช้หนี้-ค้ำประกัน เป็นกระบวนการตามกฎหมาย หากจะแก้ไขควรพิจารณาตรงเงื่อนไขการปล่อยกู้-การค้ำประกัน เพื่อป้องกันปัญหานี้เกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

นางมัลลิกา ยืนยันว่า กยศ. เกิดขึ้นโดยรัฐบาลชวน หลีกภัย เป็นโครงการแรกในการเปิดโอกาสให้เยาวชนลูกหลานชาวบ้านยากจนเข้าถึงการศึกษาระดับสูง ได้รับโอกาสจนปัจจุบันนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาทุกระดับ ประกอบอาชีพ และชดใช้ทุนไปตามปกติ ส่วนการกู้ยืมก็เป็นระเบียบรองรับตามกฎหมายกู้ยืม ทั้งนี้กยศ.คือโอกาสแห่งการลงทุนเพื่อความรู้สร้างพลเมืองให้มีการศึกษา แบ่งเบาภาระพ่อแม่ผู้ปกครองที่เป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ ผู้สำเร็จการศึกษา ที่เคยกู้กยศ.และเห็นว่าเป็นโอกาสทางการศึกษาของเขา เช่น ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน ที่เคยประกาศไว้ เป็นต้น

วันนี้มีจำนวนลูกหนี้สะสมทั้งสิ้น 5.4 ล้านคน มูลหนี้รวมทั้งหมดกว่า 5.7 แสนล้านบาท เฉพาะปีนี้กยศ. มีลูกหนี้ที่ต้องชำระคืน ประมาณ 3.5 ล้านคน มูลค่าหนี้รวมประมาณ 4 แสนล้านบาท และ 2.5 ล้านคนกำลังจะโดนฟ้องนั้น สังคมต้องแยกแยะระหว่างคนเบี้ยวหนี้ถูกฟ้องกับการมีกองทุนฯนี้เพื่อโอกาสของเยาวชนไทยลดความเหลื่อมล้ำ

“อย่าพยายามเอาเบี่ยงเบนเอาเรื่องศิษย์ทิ้งครูชำระหนี้มาขยี้รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ผู้เริ่มโครงการนี้เพราะเป็นคนละเรื่อง ต้องเข้าใจว่าการกู้หนี้ยืมสินของคนไทยทุกโครงการนั้นมีปัญหาโดยทั่วไปทั้งกองทุนเงินล้าน ,กองทุนกู้ยืมประกอบชีพ หรือแม้แต่กู้ธกส.,กู้สร้างอสังหาฯ อื่นๆ ดังนั้นฝ่ายที่สิ้นคิดอย่าเอาประเด็นหนีหนี้มาขยี้นายชวนทั้งที่เป็นผู้สร้างโอกาสให้เด็กมาครึ่งประเทศ หากแต่เมื่อกองทุนฯใช้มานานแล้วฝ่ายเกี่ยวข้องเห็นว่าควรแก้ไขระเบียบใดให้รัดกุมทันยุคสมัยก็ควรแก้เฉพาะเรื่องไป”นางมัลลิกากล่าว

นางมัลลิกากล่าวว่า เงินกู้ในกองทุนกยศ.นี้เป็นการสร้างคนสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้ประเทศชาติ หากเทียบกับเศรษฐีคนรวยกู้ธนาคารรัฐแล้วเบี้ยวหนี้นับ 9 พันล้าน 1หมื่นล้านกลายเป็นหนี้ไม่ก่อเกิดรายได้หรือเอ็นพีแอล มากมาย ซึ่งเหล่านั้นต่างหากที่สร้างความเสียหายต่อชาติ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องใช้สติอย่าตัดโอกาสคนจน ตัดโอกาศเด็กยากจนคนอื่นเหมือน’รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ เคยทำเมื่อปี 2555 นั่นคือตัดงบประมาณกองทุนกยศ.ถึง50% โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงในสภาฯ

Advertisement