สถานีคิดเลขที่12 : (ไม่)ยุติธรรม! : โดย จำลอง ดอกปิก

สมาชิกพรรคการเมืองหลักต่างขั้ว ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่แฟร์

เอารัดเอาเปรียบตลอด

อย่างที่บอกว่า ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น คนเป็นนายกฯต้องไปได้ทุกที่

ปมนี้อดีตผู้แทน ยกคำพูด วิษณุ เครืองาม ท้วงเตือน

วันนี้บางครั้งก็ไม่ผิด แต่ถ้าในอนาคตตัดสินใจลงการเมือง ตั้งพรรค หรือมีคนสนับสนุน ยอมให้พรรคการเมืองเสนอชื่อ อาจถูกครหาได้ว่าเอาเปรียบ

สิ่งที่ทำวันนี้อาจผิดมารยาททางการเมือง แต่ผิดกฎหมายหรือไม่ ไม่รู้ แต่ในระบบปกติเขาไม่ทำกัน

ปมไพรมารีก็มีเสียงทัก สั่งเบรกแต่คนอื่นห้ามขยับ แต่กลับขยับเองตลอดเวลา ทั้งยังดักคอ การใช้อำนาจในฐานะหัวหน้า คสช.ยกยอดไพรมารี ซึ่งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า ไม่เป็นผลดี หากเลิกด้วยเหตุผล พรรคตัวเองตั้งใหม่ ไม่มีความพร้อม

เรื่องถูกเอารัดเอาเปรียบนี่เอง นำมาสู่การเรียกร้องของพรรคการเมือง จี้ปลดล็อก เพื่อให้ทุกพรรคทำกิจกรรมได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม

ความไม่ยุติธรรม ระบบสองมาตรฐาน เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงการเมืองพิกลพิการ และระบบอำนาจนิยมให้ยืนอยู่ได้

การตัดสิน วินิจฉัยคดีการเมืองโดย ฝักใฝ่เลือกข้าง พอกพูนปัญหา

ไม่เพียงแค่ถอดชนวน-แก้ไม่ได้เท่านั้น

ยังเพิ่มดีกรี ขยายความขัดแย้ง เมื่อองค์กรที่ถูกออกแบบมา ตัดสินปัญหาการเมือง ไม่เป็นที่ยอมรับ นำพาบ้านเมืองออกจากวังวนไม่ได้

หนำซ้ำยังสร้างเงื่อนไข เป็นบัตรเชิญรัฐประหารชั้นดี

ทุกวันนี้ระบบสองมาตรฐานยังดำรงคงอยู่ เป้าหมายคือการทำลายล้างอย่างต่อเนื่อง อีกเป้าหมายหนึ่งซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างความชอบธรรม ของการสืบทอดระบบอำนาจนิยม

เนื่องจากระบบนี้ ต้องอุปโลกน์ ต้องมีข้าศึก เป็นนั่งร้านอำนาจ

ในนามของการจำเป็นต้องอยู่ต่อไป เพื่อรักษาความถูกต้อง

เนื่องจากมีคนผิด-พรรคผิด ตามการเช็กบิลให้เห็นต่อเนื่องตลอดเวลา

ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาตราบวันนี้

บิ๊กตู่ก่อการรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง โค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้ง

จะทำผิด ทำถูกแค่วันเดียว หรือต่อเนื่องยาวนาน

ผลงาน ปฏิรูปเป็นชิ้นเป็นอันหรือไม่

แต่ทุกอย่างก็เป็นไปแล้ว แก้กลับคืนไม่ได้ เป็นบทเรียนใหญ่หลวงของสังคมไทย และโดยเฉพาะกลุ่มผู้ฝักใฝ่อำนาจนอกระบบที่ไม่มีมาตรฐาน

แต่ถึงกระนั้น ในภาวะถูกมัดมือชก ไม่มีทางเลือก

การเข้ามาอยู่ในระบบการแข่งขันทางการเมืองตามวิถีทางในชั้นต่อไปในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลาม

มันเป็นแนวทางเข้าสู่อำนาจโดยสันติวิธีที่ถูกต้อง โดยมีประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาในช่องทางใด การตั้งพรรค ลงสมัคร ส.ส. การตอบรับให้พรรคการเมืองนำชื่อไปอยู่ในบัญชีนายกฯของพรรค

ถือว่าอยู่ในกรอบกติกาทั้งสิ้น แม้เป็นกติกาเอารัดเอาเปรียบในทีก็ตาม

แต่การตั้งพรรค ลงเทียบเชิญแข่งขัน ก็ต้องอยู่ภายในกติกา ตั้งอยู่บนพื้นฐาน การแข่งขันที่เป็นธรรม

ต้องถูกต้องตามกฎ กติกา และมารยาทการเมือง

ขาดตกบกพร่องสิ่งใดไม่ได้

ต้องงดงามทุกการกระทำ คำนึงถึงวิธีการตั้งแต่ต้น ยันปลายทาง เยี่ยงผู้นำชูธงปฏิรูปการเมือง

จำลอง ดอกปิก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส เปิดให้พสกนิกรลงนามถวายพระพร
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว : โดย นิวรอน / ภาพข่าวสังคม 28 กรกฎาคม 2561