หลังจากนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรค ปชป. ออกมาโพสต์ข้อความระบุเบื้องหลังการเมืองและการยึดอำนาจล้มรัฐบาล นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ อาทิ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และไม่รู้จักนายนครเป็นการส่วนตัว ที่พูดเช่นนี้ไม่รู้ว่าต้องการอะไร และไม่รู้สึกว่ามีกระบวนการตามที่นายนครบอก เพราะเชื่อว่าสังคมเข้าใจเหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารที่ทำให้ทหารต้องออกมา และไม่รู้สึกว่าการพูดของนายนครเป็นการดิสเครดิตทหาร เพราะสังคมเข้าใจ วันนี้เราต้องเดินไปข้างหน้าและทำตามโรดแมปที่วางไว้
ส่วนนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตย หลักกฎหมาย และความยุติธรรมไม่เคยไปกลั่นแกล้งใคร ถ้าอะไรไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการตามกระบวนยุติธรรมทั้งศาลอาญาและศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาก็สามารถต่อสู้คดีได้ โดยนายทักษิณก็สู้คดีในศาลมาโดยตลอด ดังนั้นพรรคเราไม่เคยเล่นนอกกติกา แต่เราทำด้วยความยุติธรรม เพื่อสกัดกั้นการโกงทุกรูปแบบ การทุจริตเชิงนโยบาย การซื้อ ส.ส. ซื้อพรรค เป็นต้น อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าพรรคเรามีอุดมการณ์ที่เหนียวแน่น ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เคยไปกลั่นแกล้งใคร เราใช้กระบวนการยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาประเทศชาติมาตลอด
เหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมาประมาณ 1 ทศวรรษ นับจากรัฐประหาร 2549 และ 2557 เป็นต้นมา มีข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นเบื้องหลังเหตุการณ์มากมาย โดยเฉพาะแรงจูงใจ หรือสาเหตุที่ทำให้เกิดรัฐประหารถึง 2 ครั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ผลประโยชน์และเสียผลประโยชน์คือใคร บางเรื่องสังคมพอประเมินได้ แต่บางเรื่องยังรอการเปิดเผย ข้อมูลจากนายนคร มาฉิม มีความน่าสนใจในฐานะที่เคยสังกัดพรรคการเมืองหลักที่มีบทบาทในความขัดแย้งมาก่อน คำพูดหรือวาทกรรมมีความสำคัญ แต่พฤติกรรมคือตัวชี้วัดว่ากลุ่มไหนรักษาประชาธิปไตย กลุ่มใดทำลาย และใครยืนอยู่ในจุดไหนของการเมืองที่ควรจะต้องเดินไปข้างหน้ามานานแล้ว

