09:00 INDEX ชัยชนะ การตลาด “พลังดูด” กับ ชัยชนะทาง “การเมือง”

29.07.18 | 12:36 น.

ต้องยอมรับว่ากระบวนการทาง “การตลาด” อันสำแดงผ่านวิถีแห่งการเคลื่อนไหวโดย “กลุ่มสามมิตร” ประสบความสำเร็จอย่างสูง

แม้กระทั่งนักการเมืองโนเนมจากโคราชอย่างนายภิรมย์ พลวิเศษ ก็กลายเป็น “ตัวข่าว” ได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจัย 1 มาจาก “พลังดูด”

ขณะเดียวกันปัจจัย 1 ซึ่งสำคัญและมากด้วยความแหลมคม เพราะตั้งเป้ากระแส “พลังดูด” ไปยังพรรคเพื่อไทย อันถือเป็นพรรคอันดับ 1

เพียงปล่อยแสงกรณี “พลังดูด” ก็อึกทึกครึกโครมอยู่แล้ว เมื่อมีภาพของ “เพื่อไทย” เข้ามาเสริมเติมแต่ง

Advertisement

กูรูระดับฟิลิป คอตเลอร์ ก็ต้องซู๊ดดดปาก

หากพลานุภาพแห่ง “พลังดูด” มุ่งเป้าไปยังพรรคชาติไทยพัฒนาหรือแม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทยก็แทบไม่เป็นเรื่องฮือฮา

เพราะพรรคเหล่านี้ถือเป็นขนาดกลาง กระทั่งเล็ก

พื้นที่ของพรรคเหล่านี้เป็นระดับจังหวัด หรืออย่างเก่งก็หลายจังหวัด แต่ไม่ถึงระดับยึดครองภาคทั้งภาค

แต่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคระดับประเทศ

และพื้นที่ในความครอบครองอันเป็นที่ยอมรับกันอย่างถ้วนทั่วคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือและบางส่วนในภาคกลาง

แค่ “พลังดูด” พุ่งเป้าไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก็สะเทือนเลื่อนลั่นอยู่แล้ว

เมื่อมีทั้งอำนาจรัฐประสานเข้ากับอำนาจเงิน

กระบวนการใช้ “พลังดูด” ของ “กลุ่มสามมิตร” เพื่อ “พลังประชารัฐ” จึงกลายเป็นประเด็นอันคมแหลมยิ่งในทางการเมือง

ทำให้สถานะกลุ่มสามมิตรมากด้วยความโดดเด่น

กล่าวในด้านการตลาด บทบาทของ “กลุ่มสามมิตร” โดยมีเป้าเพื่อพลังประชารัฐประสบความสำเร็จ

แต่กล่าวในทาง “การเมือง” ยังไม่สามารถสรุปได้

เพราะว่าตัวบุคคลที่ถูก “พลังดูด” ไปห้อมล้อมอยู่โดยรอบ คสช. และพลังประชารัฐก็ไม่แน่ว่าจะมี “มวลชน”ตามไปลงคะแนนให้หรือไม่

ประการหลังจะชี้ขาดได้ในวันเลือกตั้ง