“เพื่อไทย” โดด ป้อง “นคร” บอก เจ้าตัวต่อต้านเผด็จการ ชู ปชต.-ต่อต้านทุจริตจริงจัง
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้ความเห็นกรณีนายนคร มาฉิม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดโปงทฤษฎีสมคบคิดล้มล้างรัฐบาล นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า โดยความเห็นส่วนตัวเห็นว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายใน ปชป. เราไม่ได้อยู่ในพรรคนั้น ไม่ทราบข้อเท็จจริงหรอกว่าเป็นอย่างไร แต่ประชาชนก็น่าจะเชื่อไปแล้วระดับหนึ่ง เพราะผู้เปิดเผยเคยเป็นคนใน ยิ่งถ้าจะมีการฟ้องร้องนายนครเกิดขึ้นจริง ความจริงลึกๆ ก็คงจะได้เปิดเผยในศาลมากกว่านี้ เพราะเท่าที่เคยฟังนายนครเล่าให้ฟัง ข้อมูลลึกกว่านี้มาก เช่น กรณีการสร้างเหตุการณ์ความวุ่นวายในสภา นายนคร เคยเล่าว่า มีการมอบหมายแบ่งงานกันทำ คนนี้ลากเก้าอี้ประธานสภา คนนั้นขว้างแฟ้มเอกสารกลางสภา ฯลฯ เหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดอย่างปัจจุบันทันด่วน แต่เป็นเรื่องที่เตี๊ยม เตรียมการกันมาก่อนทั้งสิ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็น่าเศร้าใจ ที่เราไม่ร่วมกันรักษาบ้านของเรา อย่างไรก็ตาม ตนรู้จักนายนครจากการทำงานในสภาร่วมกันตั้งแต่ปี 2544 เห็นว่าเป็น ส.ส.หนุ่ม ไฟแรงคนหนึ่ง ที่มีความคิดปกป้องระบอบ ประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ มามีโอกาสทำงานร่วมกันงานหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ จากการที่นายนครชี้เบาะแสว่ามีการส่อทุจริตเกิดขึ้นในโครงการขุดลอกคู คลองของ อผศ. ใน จ.พิษณุโลก ซึ่งขณะนั้น พท.กำลังตรวจสอบอยู่หลายจังหวัด จึงยกคณะลงไปตรวจสอบยังพื้นที่ จ.พิษณุโลก พบว่าส่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น เมื่อรวมกับหลายๆ เรื่องที่ตรวจสอบ ส่งผลให้ ครม.มีมติยกเลิกสิทธิพิเศษในการขุดลอกคู คลอง แก่ อผศ. และเรื่องการตรวจสอบการทุจริตในการขุดลอกคู คลอง ขององค์กรในการตรวจสอบ ก็เงียบหายไปในยุคที่การตรวจสอบเลือกปฏิบัติ แต่ประชาชนก็ได้รับรู้ว่า พท.ได้ทำหน้าที่ปกป้องการใช้งบประมาณซึ่งเป็นภาษีของประชาชนอย่างเต็มกำลังแล้ว ซึ่งกรณีการชี้เบาะแสที่ส่อว่ามีการทุจริตในการขุดลอกคู คลอง ในจ.พิษณุโลก ได้พิสูจน์ความตั้งใจจริงในการปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่นของนายนคร และทำให้นายนคร ต้องเข้าค่ายหลายครั้งในช่วงนั้น
นายชวลิต กล่าวว่า ส่วนกรณีนายนครเปิดโปงทฤษฎีสมคบคิดล้มล้างรัฐบาลนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเรื่องภายใน ปชป. คนที่จะรู้ว่าสมคบคิดกันจริงหรือไม่ คือ นายนครกับคนใน ปชป. คนนอกไม่ได้รับรู้ด้วย รู้แต่เพียงว่า ผลเกิดขึ้นจริง ทำให้สังคมคล้อยตามข้อมูลของนายนครไม่ใช่น้อย ประการสำคัญ ประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างยิ่งในการตัดสินใจทางการเมืองที่จะต้องเลือกระหว่าง ฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงไปไวมาก ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าประชาชนจะเลือกอนาคตของตนเอง ความมั่นคงของตนเองและครอบครัวเป็นหลัก สำหรับ พท.ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราเป็นห่วงเศรษฐกิจ ปากท้อง ของประชาชน และความเชื่อมั่นของชาวโลกที่มีต่อการเมือง การปกครอง และกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นที่สุด ในส่วนของปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง พท.มั่นใจว่ามีประสบการณ์ในการจัดทำนโยบาย ตลอดจนมีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลาให้สอดคล้องทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก จึงขอให้ประชาชนเชื่อใจว่า พท.มีความพร้อม โดยมีนโยบายให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางและมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเสมอมา ในส่วนของการเมือง การปกครอง และกระบวนการยุติธรรม ตนเห็นว่า ประชาชนได้เรียนรู้ในชีวิตจริงว่า เมื่ออำนาจมิได้เป็นของประชาชน ส่งผลถึงเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชนเอง ดังนั้น คำตอบสุดท้าย อำนาจอยู่ที่ประชาชนเมื่อการเลือกตั้งทั่วไปมาถึง

