มีสถิติว่า ตำรวจพิมพ์ใบสั่งจราจรปีหนึ่งๆ ราว 2 ล้านฉบับ ยิ่ง “ใบสั่ง” ถูกตำรวจใช้ไปมากเท่าใด ก็จะยิ่งเป็นที่ประจักษ์ว่าคนไทยแย่
ใบสั่ง 2 ล้านฉบับเป็นดัชนีชี้วัดระดับความรุนแรงของวินัยจราจร
“คน” ใช้รถใช้ถนน คนไม่มีวินัยจราจรเป็นปัญหาของสังคม
จะว่าไปแล้ว ในการแก้ปัญหาสังคมหลายๆ เรื่อง ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย “ตำรวจ” ไม่มีทางรับมือไหว ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน
ในโอกาสที่ยุคนี้เทคโนโลยีสื่อสารล้ำสมัยมาก การแสวงหาความร่วมมือโดยสร้าง “เงื่อนไข” ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพิทักษ์กฎและร่วมกันปกป้องสังคมที่อาศัยอยู่นั้น เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าแต่ก่อน
รอเพียง “เงื่อนไขอันสุกงอม” อาสาสมัครก็จะเข้าร่วมล้นหลาม
การสร้าง “แอพพลิเคชั่น” ขึ้นมา เป็นเงื่อนไขหรือช่องทางหนึ่ง
ทุกวันนี้ นอกจากตำรวจจะสามารถใช้ “กล้องจับภาพ” การกระทำผิดแทนการตั้งด่านจราจรแล้ว ตำรวจยังสามารถดึงประชาชนให้เข้าร่วมกวดขัน “วินัยจราจร” ได้ ด้วยการสร้าง “แอพพลิเคชั่น” ขึ้นมา เพื่อเป็นช่องทางแจ้งข้อมูลข่าวสารผู้กระทำผิดได้อย่างทันท่วงที
สมมุติว่า วันนี้ เดือนนี้ หรือปีนี้ตำรวจมี “เป้าหมาย” ว่าจะกวดขันจับกุมการจอดรถในที่ห้ามจอด “เส้นขาว-แดง” ตำรวจก็อาจสร้างแอพพลิเคชั่นเฉพาะเรื่อง “เส้นขาว-แดง” ขึ้นมา พร้อมกับรณรงค์เชิญชวนผู้คนโหลดแอพพ์เข้าร่วมเป็นหูตา ถ่ายภาพ ส่งภาพ รายงานข่าวเกี่ยวกับการจอดรถในที่ห้ามจอดเส้นขาว-แดง
การสร้างแอพพลิเคชั่นและเชิญชวนให้ผู้คนเข้าร่วมชี้เบาะแส จะจุดกระแสให้ผู้คนตื่นตัวและตระหนักใน “ปัญหา” ที่ตำรวจต้องการแก้
เริ่มด้วยการสื่อสารประชาสัมพันธ์ บอกกล่าว ต่อจากนั้นก็กวาดจับ
ทำอย่างจริงจังคงเส้นคงวาต่อเนื่องสัก 1 ปี การจอดรถที่ “เส้นขาว-แดง” ต้องหายไปเกินครึ่ง
ส่วนประเด็นความผิดอื่นๆ ก็เหมือนกัน
จะแก้ปัญหา “ขับรถย้อนศร” ก็ออกแบบแอพพลิเคชั่น “ย้อนศรนอนมา-มีพระนำ”
ชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมขจัดพวกขับรถย้อนศรให้ทันท่วงที หรือว่าความผิด “แซงคับขัน” แซงซ้ายปาดขวาเป็นที่น่าหวาดเสียวอันตราย ก็สร้างแอพพ์ขึ้นมา
ให้ “นครบาล” ซึ่งมีศักยภาพสูง นำร่อง จากนั้นขยับไปทำในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ!?!!

