หน้าแรก การเมือง “อิทธิพร” พลิ...

“อิทธิพร” พลิกคว้าเก้าอี้ประธานกกต.เผยจุดเด่นอายุน้อย-ประสานงานตปท.ได้ดี

31.07.18 | 17:02 น.

“อิทธิพร” พลิกคว้าเก้าอี้ประธานกกต.เผยจุดเด่นอายุน้อย-ประสานงานตปท.ได้ดี ”เลขาวุฒิฯ” เตรียมส่งชื่อ5เสือกกต.นำขึ้นทูลเกล้าฯ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จำนวน 5 คน ที่ผ่านความเห็นของจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ประกอบด้วย นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นายอิทธิพร บุญประคอง นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และนายปกรณ์ มหรรณพ เพื่อดำเนินการคัดเลือกกันเองให้เป็น ประธานกกต. ตามรัฐธรรมนูญ โดยผู้ที่จะได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุมให้เป็นประธานกกต.ต้องได้รับคะแนนเห็นชอบ 3 เสียงขึ้นไป ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการเสนอชื่อ นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธานกกต. และได้รับความเห็นชอบจากว่าที่ กกต.ด้วยคะแนนเสียงข้างมากภายในการลงมติเลือกเพียงครั้งเดียว ทำให้นายอิทธิพรได้เป็นว่าที่ประธานกกต.คนใหม่

ภายหลังทราบผลการลงมติ นายอิทธิพร บุญประคอง ว่าที่ประธานกกต. ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ใดๆ แก่สื่อมวลชน โดยระบุเพียงสั้นๆว่า จะขอให้ข่าวภายหลังจากได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานกกต.แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเหตุผลที่นายอิทธิพรได้รับเลือกเป็นประธานกกต. เนื่องจากนายอิทธิพร มีอายุเพียง 62 ปี สามารถดำรงตำแหน่งประธานกกต. จนครบวาระ 7 ปี เมื่อเทียบกับว่าที่กกต. คนอื่น เช่น นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี อายุ 65 ปี หรือ นายธวัชชัย เทอดเผ่าไท ที่อายุ 66 ปี ที่เป็นแคนดิเดตได้รับการคาดหมายจะได้รับเลือกเป็นประธานกกต.ก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งสองคนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กกต. จนครบ 7 ปีรวดเดียวได้ ต้องพ้นวาระเมื่ออายุครบ 70 ปี นอกจากนี้นายอิทธิพรยังมีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษที่มีความจำเป็นต้องนำไปชี้แจงและประสานงานกับนานาชาติเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งของไทย เพราะเคยเป็นอดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศ รวมถึงนายอิทธิพรยังมีภาพลักษณ์ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม นอกจากเคยเป็นเอกอัครราชทูตหลายประเทศแล้ว ยังเคยเป็นทีมงานของประเทศไทยต่อสู้คดีปราสาทเขาพระวิหาร ต่อศาลโลก เมื่อปี 2553 ด้วย

ด้าน นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ว่าที่กกต. กล่าวถึงผลประชุมที่เลือกนายอิทธิพรเป็นประธานกกต. ว่า เมื่อที่ประชุมมีมติเห็นชอบทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่ที่ประชุมเห็นชอบ ส่วนรายละเอียดนั้นให้ไปสอบถามจากนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา

Advertisement

ขณะที่ นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า กระบวนการเลือกกันเองของว่าที่กกต. นั้นเป็นไปโดยการลงคะแนนลับ โดยให้สิทธิ์ว่าที่ กกต.ทุกคน เขียนรายชื่อบุคคลที่ตนเองต้องการให้ดำรงตำแหน่งประธาน กกต. ลงบนบัตรออกเสียง และไม่จำกัดสิทธิบุคคลที่จะออกเสียงเพื่อเลือกตนเองเป็นประธาน กกต. หลังจากที่รับทราบว่านายอิทธิพร ได้รับเลือกเป็นประธานกกต.แล้ว ว่าที่กกต. ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางการทำงานร่วมกันจากนี้อีก 7 ปี รวมถึงการจัดการเลือกตั้งที่ต้องรับบทบาทหลังจากนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อรับทราบผลดังกล่าวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้ ทำลายบัตรออกเสียงแล้ว สำหรับขั้นตอนต่อไป จะทำหนังสือกราบเรียนถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ในวันที่ 31 ก.ค. เพื่อนำรายชื่อ ประธาน กกต. และ กกต.ขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป ส่วนการเตรียมความพร้อมเรื่องการเลือกตั้งจากนี้ จะเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ที่ต้องดูแล หลังจากขั้นตอนดังกล่าวถือว่าเสร็จสิ้นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแล้ว