กรณีการขอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ทางอังกฤษส่งตัวในฐานะ “ผู้ร้ายข้ามแดน” มากด้วยความละเอียดอ่อนและอ่อนไหวยิ่งในทางการเมือง
มองจากมุมของ”กฎหมาย”ระหว่างประเทศก็สลับซับซ้อนอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองก็ยอมรับ
“การที่จะไปจับกุมใครเป็นเรื่องของประเทศนั้นๆ”
ยิ่งหากมองในมุมของ”การเมือง”ระหว่างประเทศ ยิ่งมากด้วย คำถาม
เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ในอังกฤษตั้งแต่ปี 2560
การอยู่ในอังกฤษโดยที่ทางการอังกฤษให้วีซ่าอย่างถูกต้อง ยิ่งเป็นเรื่องอันจำหลักอย่างหนักแน่น
เหตุใดจึงเพิ่งร้องขอในเดือนกรกฎาคม 2561
หากอ่านหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักรฉบับลงวันที่ 5 กรกฎาคม ก็จะมองเห็นความสลับซับซ้อน ของสภาพการณ์
ในตอนท้ายของจดหมายร้องขอด้วยว่า
“สถานทูตไทยอยากขอความกรุณาให้เก็บคำร้องนี้ไว้เป็นความลับ และรีบดำเนินการต่อคำร้องนี้อย่างเร่งด่วน”
อย่าได้แปลกใจหากโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจะยืนยันผ่านประโยคที่ว่า “กระทรวงการต่างประเทศไม่ขอตอบคำถามนี้”เมื่อมีผู้สื่อข่าวไปสอบถาม
น่าสนใจก็ตรงที่ “คำร้อง” อันสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักรยื่นไปไม่ได้มาจากกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ
หากแต่เป็นรายงานข่าวอย่างชนิดลับสุดยอดจากสำนักข่าวบีบีซีไทยแห่งกรุงลอนดอน
ถามว่า “คำร้อง”นี้”หลุด”ออกมาได้อย่างไร
ไม่ว่าจะมองผ่านมุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะมองผ่านมุมในทางการเมือง
ที่”คำร้อง”หลุดออกมาคือ “รหัสยนัย”
ทั้งๆที่ทางด้านของประเทศไทยปรารถนาให้เรื่องนี้เป็น”ความลับ” แต่พลันที่สำนักข่าวบีบีซีไทยนำออก”รายงาน”ก็มิได้เป็น “ความลับ”อีกแล้ว
นี่คือ “ความนัย”อันเท่ากับเป็น”การบ้าน”อย่างสำคัญสำหรับคสช.และรัฐบาล

