อนาคตใหม่ออกแถลงโต้คสช.แจ้งข้อหาคุกคามเสรีภาพปชช. ยันแสดงความเห็นโดยสุจริต

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคอนาคตใหม่ออกแถลงการณ์กลุ่ม “อนาคตใหม่” เรื่อง การมุ่งจะดำเนินคดีอาญาต่อสมาชิกของกลุ่ม “อนาคตใหม่” ตอนหนึ่งว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ทำการออกหมายเรียกพยานมายัง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ,นายไกลก้อง ไวทยการ และนางสาวจารุวรรณ ศรันย์เกตุ ในคดีระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยมี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ กับ ผู้ดูแลหรือเจ้าของเพจ “อนาคตใหม่ – The Future We Want” กับพวก ฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 และคดีระหว่างคสช. กับ ผู้ดูแลหรือเจ้าของเพจ “Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กับพวกรวม 3 คน ได้ขอเลื่อนนัดต่อพนักงานสอบสวนจากวันที่23 กรกฎาคมเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 เวลา 11.00 น. และได้ทราบจากพนักงานสอบสวนว่า พ.อ.บุรินทร์ ได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเนื้อหาของบันทึกวิดีโอเฟซบุ๊กไลฟ์ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ช่วงค่ำ ทางเฟซบุ๊คเพจ “อนาคตใหม่ – The Future We Want” และ เพจ “Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (2) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

ทั้งนี้ นายธนาธร กับพวกรวม 3 คน ได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน โดยปฏิเสธการให้ข้อเท็จจริงในชั้นนี้ และพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด โดยในวันเดียวกันนี้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวไทยโพสต์ว่า “คดีดังกล่าวนายธนาธร มีการพาดพิงถึงคสช. ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูลกระบวนการยุติธรรมและเป็นการกล่าวหาคสช. นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการโจมตีกระบวนการยุติธรรมด้วย” นั้น กลุ่ม “อนาคตใหม่” ขอเรียนดังนี้

คสช. เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากการรัฐประหารแย่งชิงอำนาจรัฐไปจากประชาชนเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทำลายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 จึงเป็นองค์กรที่ปราศจากความชอบธรรมทางกฎหมายตามหลักนิติรัฐ-ประชาธิปไตย นับแต่เข้าสู่อำนาจรัฐเป็นต้นมา คสช. ได้ใช้อำนาจดังกล่าว ปราบปรามประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองกับระบอบเผด็จการที่ตนก่อตั้งขึ้น คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยวิธีการต่างๆ ซึ่งผลของการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศมาโดยตลอด ถึงแม้ว่า บัดนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว การปราบปราม คุกคาม และจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยอำนาจของเผด็จการ คสช. ก็ไม่ได้ลดลง สภาพการณ์การเช่นนี้แสดงถึงความไม่จริงใจที่จะนำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งโดยเสรีและเป็นธรรมตามวิถีทางประชาธิปไตย

​สาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับรองเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนไว้ ซึ่ง คสช. ในฐานะองค์กรของรัฐมีหน้าที่ต้องเคารพและผูกพันต่อหลักการดังกล่าว ดังนั้น การมุ่งจะดำเนินคดีอาญาต่อนายธนาธรกับพวกรวม 3 คนในครั้งนี้ จึงเป็นการคุกคามและกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้

​ทั้งนี้ การกระทำของนายธนาธรและพวกรวม 3 คน เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญมุ่งหมายจะคุ้มครอง และการคุกคามจาก คสช. ในครั้งนี้มิได้กระทบต่อจุดยืนทางการเมืองของเรา ที่สนับสนุนการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตยและต่อต้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ

​อนึ่ง ผลพวงของรัฐประหาร อันได้แก่ บรรดาประกาศ คำสั่ง และการกระทำที่มุ่งต่อผลในทางกฎหมายที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้ระบอบเผด็จการ คสช. ตลอดจนบรรดาคดีความอันเกิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมืองของประชาชนที่ถูกดำเนินคดีภายใต้ระบอบเผด็จการดังกล่าว จะต้องถูกลบล้างออกไปเพื่อฟื้นคืนหลักนิติรัฐ – ประชาธิปไตยให้แก่ระบบกฎหมาย สิ่งนี้ถือเป็นนโยบายที่เราจะยึดมั่นเป็นหมุดหมายสำคัญและดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงโดยวิถีทางตามกฎหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้5จัวหวัดริมโขงลุ้นระทึกระดับน้ำพุ่งสูง เริ่มท่วมร้านค้า-พืชผักเน่าเสีย(ชมคลิป)
บทความถัดไป“เมียนมา”ยังทุกข์น้ำท่วมขังกว่า 1 สัปดาห์ ชาวบ้านป่วย-ขาดแคลนอาหาร