บอร์ดป.ป.ท.ตั้งอนุกรรมไต่สวนทุจริตสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง ยะลา ชงปปง.เช็คเส้นทางเงิน

2.08.18 | 16:22 น.
(แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์. เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่าในวันนี้คณะกรรมการป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งของสำนักงานชลประทาน จ.ยะลา ในพื้นที่บ้านกม.26 อ.บันนังสตา และบ้านปาแตรายอ อ.รามัน วงเงินงบประมาณ 46 ล้านบาทเศษ โดยตั้งอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงนายช่างชลประทาน 3 ราย และบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างคู่สัญญา 1 ราย เนื่องจากป.ป.ท.ตรวจสอบพบว่าการตรวจรับงานการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งผิดสเปค ไม่เป็นไปตามแบบ โดยสามารถตรวจพบความผิดได้ด้วยตาเปล่า ตั้งแต่ความยาวของโครงการ ความกว้าง และจำนวนชั้น เมื่อตรวจสอบที่ระบบฐานรากยังพบความผิดปกติเกือบทุกรายการ ทั้งกล่องกาเบียนและเสาคอนกรีต


“แม้สำนักงานชลประทานจะอ้างว่าสามารถเรียกเอกชนคู่สัญญามาแก้ไขงานก่อสร้างได้เพราะยังมีการรับประกันเป็นเวลา 1 ปี แต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นต้องแก้ไขด้วยการรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ โดยเฉพาะที่ปาแตรายอ ซึ่งเป็นการก่อสร้างแบบเว้นช่วง ทั้งที่ตัวสัญญาระบุให้ก่อสร้างเป็นแนวยาวอย่างต่อเนื่องกันเพื่อป้องกันตลิ่ง แต่ผลงานที่ออกมาเป็นการก่อสร้างโดยเว้นระยะเป็นจุดๆ ซึ่งคณะกรรมการตรวจรับงานกลับนับความยาวรวมทั้งหมดให้ แต่เมื่อรวมแล้วความยาวก็ยังไม่ครบตามสัญญาจ้าง”พ.ท.กรทิพย์กล่าว

พ.ท.กรทิพย์. กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการดำเนินคดีควบคู่ไปกับการไต่สวนความผิด ป.ป.ท.ยังได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบธุรกรรมการเงินที่ได้มาจากการทุจริต ล่าสุดยังได้รับเบาะแสข้อมูลว่า ในปีงบประมาณ 2560 สำนักงานชลประทาน จ.ยะลา มีโครงการบริหารจัดการน้ำ 32 โครงการ วงเงินงบประมาณเกือบ 500 ล้านบาท ซึ่งจากพฤติการณ์ 2 โครงการจำเป็นต้องตรวจสอบการทุจริตของทุกโครงการว่ามีการทุจริตในลักษณะเดียวกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังคณะกรรมการป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวน สำนักงานป.ป.ท.จะทำหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของกรมชลประทานให้ดำเนินการตามมติครม. คือเมื่อปรากฎข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำทุจริตของข้าราชการ ต้นสังกัด ต้องดำเนินการไต่สวนความผิดทางวินัยและย้ายให้พ้นจากหน้าที่เพื่อไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเป็นอุปสรรคขัดขวางการสอบสวนข้อเท็จจริงและที่สำคัญจะทำให้ประชาชนกล้าที่จะเข้าให้เบาะแสในชั้นการสอบสวน

 

Advertisement