ไม่กี่วันก่อน บีบีซีไทย ออกมาเปิดเผยหนังสือ หรือจดหมาย จากสถานทูตไทยในลอนดอน ที่ส่งถึงกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ
หนังสือลงวันที่ 5 ก.ค. 2561 ขอให้อังกฤษส่งตัว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อกลับมารับโทษจำคุก 5 ปี ในความผิดม. 157 ป.อาญา ฐานเจ้าพนักงานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
และพ.ร.บ.ปปช. 2542 จากคดีจำนำข้าว
คงยังจำได้ว่า ศาลฎีกาคดีนักการเมือง นัดตัดสินคดีจำนำข้าวเมื่อ 25 ส.ค. 2560 แต่ยิ่งลักษณ์ไม่ไปปรากฏตัวและหายไปจากประเทศไทย จาก 25 ส.ค. 2560 อีกไม่กี่วัน จะครบรอบปี
หนังสือสถานทูตไทย ขอให้อังกฤษส่งตัวยิ่งลักษณ์ ตามสนธิสัญญาสหราชอาณาจักรและสยามปี 1911 ว่าด้วยการส่งตัวอาชญากรผู้หลบหนีคดีกลับประเทศ
เป็นสนธิสัญญาเมื่อ 100 กว่าปีก่อน ที่การเมือง เศรษฐกิจ สังคมแตกต่างจากปัจจุบันอย่างมาก
ไทยแจ้งไปด้วยว่าหากอังกฤษเห็นว่า ความผิดของยิ่งลักษณ์ ไม่อยู่ใน” บัญชีความผิด” ที่มีอยู่ 31 ความผิด
ก็ขอให้ส่งตัว ตามหลักเกณฑ์อีกข้อในสนธิสัญญาที่ว่า ให้ส่งตัวหากกระทำความผิดที่กฎหมายอังกฤษถือเป็นความผิด
ตอนท้ายจดหมายของไทย ขอให้อังกฤษเก็บการร้องขอของไทยเป็นความลับ และดำเนินการโดยเร่งด่วน
**********
ภายหลังจากข่าวแพร่กระจาย ก็เท่ากับว่า การร้องขอรอบนี้ไม่เป็น”ความลับ” อีกต่อไป
ผู้นำรัฐบาลไทยให้สัมภาษณ์ว่า หากทางอังกฤษไม่ตอบหนังสือนี้ ก็เท่ากับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาระบุอย่างชวนสะดุดหูว่า ที่ฝ่ายไทยสั่งให้สถานทูตทำเรื่องร้องขอ ก็เพราะอังกฤษสอบถามมา
ทำเอาผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางด้านอัยการแปลกใจว่า นายวิษณุเอามาจากไหน เพราะตามช่องทางของอัยการไทยไม่มีการถามมาแต่อย่างใด
ก่อนจะมีผู้รู้สรุปว่า การสอบถามจากอังกฤษ อาจเกิดขึ้นในช่องทางการทูต แต่ไม่น่าจะมีผลต่อแนวปฏิบัติของอังกฤษ
แม้จะมีสนธิสัญญาเป็นข้อตกลง แต่ถ้าเป็นปัญหาทางการเมือง ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องการรัฐประหาร แนวทางของประเทศตะวันตกจะชัดเจน
ดังกรณี”ทักษิณ” ที่กลุ่มต่อต้านชิงชังรังเกียจ แต่เดินทางปรากฎตัวในประเทศประชาธิปไตยทางตะวันตกเป็นว่าเล่น
******
หลังจากมีข่าวข้อเรียกร้องส่งตัว วันที่ 1 ส.ค. ทั้งยิ่งลักษณ์และทักษิณก็เดินทางจากอังกฤษกลับไปดูไบ อันเป็นบ้านพักของทักษิณ หลังลี้ภัยจากประเทศไทยเมื่อปี 2551
โดยทิ้งบอมบ์เรื่องพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งแบบ Avalanche ให้วงการเมืองไทยได้ถกเถียงกันต่อไป
อังกฤษจะดำเนินการกับคำร้องขอจากรัฐบาลไทยที่ไม่ลับไปแล้วนี้ อย่างไรต่อไป เป็นเรื่องน่าติดตาม และจะมีผลต่อการเมืองในประเทศไทยแน่นอน
เพราะความเชื่อมั่น การยอมรับจากนานาประเทศ เป็นจุดอ่อนของรัฐบาลนี้มาตลอด
แต่เมื่อรัฐบาลอยู่ในอำนาจนานเข้า ประเทศตะวันตกบางประเทศก็เริ่มปรับลดท่าทีต่อประเทศไทย เนื่องจากผลประโยชน์ทางการค้า ทางธุรกิจ
เหมือนอย่างที่เร็วๆนี้ นายกฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลเยอรมนีผ่านทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยที่เข้าพบ
กรณีช่วยผลักดันสหภาพยุโรปปรับข้อมติต่อไทย ทำให้ไทยและยุโรปมีความร่วมมือมากยิ่งขึ้น
การดำเนินการหรือนิ่งเฉยของอังกฤษในรอบนี้ นอกจากจะมีผลต่อรัฐบาลแล้ว
ในทางกลับกัน ก็จะมีผลต่อตระกูลชินวัตร และพรรคเพื่อไทยอีกด้วย ในห้วงเวลาที่ใกล้การเลือกตั้ง 2562 เข้าไปทุกขณะ
***************

