ยิ่งวันข่าวการขอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็น”ผู้ร้ายข้ามแดน”ยิ่งมากด้วยเงื่อนงำ
ไม่เพียงแต่ 1 ข่าว”หลุด”ออกมาได้อย่างไร
เพราะนับแต่เดือนกันยายน 2560 ที่มีข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บินจากนครดูไบไปพำนักอยู่ ณ กรุงลอนดอน ก็ถามกันให้เซ็งแซร่ว่า “หลุด”ออกมาได้อย่างไร
หากกรณีล่าสุดยังเสนออีก 1 ประเด็นซึ่งมากด้วยความแหลมคมอย่างยิ่งในทางการทูต
นั่นก็คือ ตกลงใครเป็นฝ่าย”ขอ”
เป็นการริเริ่มเสนอแนะจากอังกฤษ หรือว่าเป็นการทำงานตามปกติจากประเทศไทย
เงื่อนงำหลังมากด้วยความร้อนแรง
ไม่ว่าจะเป็นข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปพำนักอยู่ในกรุงลอนดอน ไม่ว่าจะเป็นข่าวการขอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
“อังกฤษ”เงียบอย่างยิ่ง
ไม่ว่าข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปถึงกรุงลอนดอน ไม่ว่าข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยื่นขอวีซ่าเพื่อเข้าและพำนักในสหราชอาณาจักรอย่างถูกต้อง
ไม่เคยมี “คำแถลง”ใดๆจากทางการอังกฤษ
น่าสังเกตว่าข่าวการไปกรุงลอนดอน ยืนยันโดยคนโตจากกระทรวงการต่างประเทศของไทยและคสช.ออกมายืนยัน
จากนั้นจึงเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เมื่อมีข่าวจากคสช.และรัฐบาลยืนยันว่า กรณีการขอตัว น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะ”ผู้ร้ายข้ามแดน”มาจากข้อเสนอแนะของทางการอังกฤษ
ผู้คนก็ยิ่งเกิดอาการหูผึ่งด้วยความตะลึงลาน
เท่ากับคสช.และรัฐบาลไทยจำเป็นต้องทำตามคำขออันมา จากทางการอังกฤษกระนั้นหรือ
หากเป็นเช่นนั้นจริง กรณีหนังสือของสำนักเอกอัครราชทูตไทยหลุดไปถึงมือของสำนักข่าวบีบีซีไทย
ก็น่าจะเป็นความรับผิดชอบของ”อังกฤษ”
แสดงว่าอังกฤษต้องการปล่อยข่าวนี้ให้ “หลุด” ไปอยู่ในมือของสำนักข่าวบีบีซีไทย ด้วยเป้าหมายและผลประโยชน์
ตรงนี้คสช.และรัฐบาลไทยจะยินยอมได้หรือ

