วันนี้ (3 สิงหาคม) โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ รายงานว่า สนช.ขอเลื่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2561 หลัง สนช.รับหลักการตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2560 นี่ก็ครบเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว
สำหรับร่าง พ.ร.บ.การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ฯ มีหลายชื่อเรียกด้วยกัน เช่น “กฎหมาย 7 ชั่วโคตร” บ้าง “กฎหมาย 4 ชั่วโคตร” บ้าง หรือ “กฎหมาย 3 ชั่วโคตร” บ้าง ขึ้นอยู่กับร่างฉบับนั้นจะมีเนื้อหาครอบคลุมการเอาผิดของเจ้าหน้าที่รัฐไว้กว้างขวางขนาดไหน โดยกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมืองและข้าราชการที่มีญาติพี่น้องมาเกี่ยวข้องในการคอร์รัปชั่น โดยกำหนดให้การกำหนดนโยบาย การออกกฎหมาย หรืออนุมัติโครงการต่างๆ ของรัฐต้องไม่เอื้อผลประโยชน์ให้กับคนใกล้ชิด ไล่ตั้งแต่พ่อแม่ คู่สมรส ลูกหลาน ไปจนถึงคู่สมรสของบุตร พี่น้องร่วมบิดามารดาหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง รวมถึงบุตรบุญธรรม
ไอลอว์ระบุต่อว่า “อีกทั้งยังกำหนดข้อห้ามให้ญาติพี่น้องเจ้าหน้าที่รัฐรับของที่ระลึก หรือปลดหนีแบบให้เปล่า หรือการยืมแบบไม่คิดดอกเบี้ย หรือซื้อขายสินค้าต่ำกว่ามูลค่าที่เป็นจริง เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในกฎหมายฉบับนี้มีสิ่งที่สมาชิก สนช.คัดค้าน เช่น ประเด็นห้ามข้าราชการเกษียณอายุไม่เกิน 2 ปีทำงานให้เอกชน โดยสมาชิก สนช.หลายคนมองประเด็นนี้เป็นการลิดรอนสิทธิ และตัดโอกาสให้คนเก่งไปพัฒนาภาคเอกชนหลังเกษียณราชการแล้ว ทั้งที่เงินบำนาญไม่เพียงพอ และอาจทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถไม่อยากรับราชการ ทั้งนี้ หากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คงจะหนีไม่พ้นสมาชิก สนช. ซึ่งจากข้อมูลพบว่า 89% ของสมาชิก สนช.ทั้งหมดคือข้าราชการ นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าหากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้บังคับใช้ขึ้นมาแม้แต่ตัวผู้พิจารณากฎหมายเองก็อาจไม่สามารถปฏิบัติ และอาจมีความผิดกันหมด”

