‘พิชัย’ ไล่ ‘บิ๊กตู่’ ไปถาม ‘นคร มาฉิม’ เศรษฐกิจ ต้นปี 57 ติดลบเพราะใคร แนะคิดสร้างรายได้ถาวร
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แกนนำเพื่อไทย กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ระบุรัฐบาลที่แล้วทำเศรษฐกิจติดลบว่า ปี 2555 เศรษฐกิจไทยโตถึง 6.6% กระทั่งไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 เกิดการชุมนุมประท้วงโดย กปปส. ซึ่งส่งผลกระทบเรื่อยมาจนถึงปี 2557 ทำให้เศรษฐกิจติดลบถึง 0.5 ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องไปถามนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ว่าใครอยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วง นอกจาก กปปส.แล้ว ยังไม่ใครอยู่เบื้องหลังอีก เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจติดลบ แต่ปัญหาเกิดจากการประท้วง ชัดดาวน์กรุงเทพ แม้กระทั่งหลังรัฐประหารเศรษฐกิจไทยโดยปลายปี 2557 ขยายตัวแค่ 0.7%- 0.8% ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ควรบิดเบือนข้อมูล ด้วยการพูดไม่ครบถ้วน หรือพูดเฉพาะบางส่วน
นายพิชัย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามา เศรษฐกิจไทยโตในระดับที่ต่ำอย่างต่อเนื่อง เพราะ 4 ปีมานี้เศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ยอยู่แค่ 2.65% การเจริญเติมโตทางเศรษฐกิจนั้นไม่ได้ทำให้คนรู้สึกดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำเป็นเวลานาน ที่สำคัญการเติบโตในปัจจุบัน กลับไม่ได้กระจายไปที่ประชาชนอย่างทั่วถึง หากเป็นการโตเฉพาะบางกลุ่ม เช่น การส่งออก เป็นต้น ซึ่งชาวบ้านแทบไม่ได้รับผล โดยเฉพาะเกษตรกร แทบจะไม่ได้ประโยชน์จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะใน 3-4 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรมีรายได้ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น จนรัฐบาลต้องหยิบนโยบายเดิมของพรรคเพื่อไทย มาพักหนี้เกษตรกร
นายพิชัย กล่าวว่า หากรัฐบาลดำเนินนโยบายพักหนี้เกษตรกร ควรมีแนวทางเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรควบคู่กันไป ไม่ใช่พักหนี้อย่างเดียวจนเกิดปัญหาเดิมเมื่อจบโครงการ นอกจากนี้ รัฐบาลควรคิดหารายได้ให้ประชาชนอย่างถาวร ดีกว่าการแจกเงินอย่างทุกวันนี้ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับมาแจกเงินผ่านนโยบายและโครงการต่างๆ เรียกว่าแจกเงินเมื่อใกล้เลือกตั้ง ทั้งที่แนวคิดว่านี้ไม่ได้สร้างฐานในการหารายได้ให้ประชาชนเลย จึงขอเตือน มิเช่นนั้นประชาชนจะตำหนิเอาได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะช่วยคนเฉพาะเวลาใกล้เลือกตั้งเท่านั้น

