‘หม่อมเต่า’ มั่นใจพรรค รปช.ได้เป็นรัฐบาล อุบตอบใส่ชื่อบิ๊กตู่ในบัญชีชื่อเป็นนายกฯของพรรค

5.08.18 | 13:26 น.

“หม่อมเต่า” เชื่อ หลังเลือกตั้ง ได้นายกฯจากบัญชีรายชื่อพรรค ยัน “ประยุทธ์” ไม่อยู่ในบัญชีพรรค เป็นนายกฯยาก อุบ ทาบเป็นหนึ่งในสามชื่อของ รปช.หรือไม่ รอ กก.บริหารพรรคชุดถาวร ตัดสิน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่โรงแรมแลนด์มาร์ค หลังการประชุมคณะผู้บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค รปช. กล่าวว่า เมื่อได้รับทาบทามให้มาทำงานกับพรรคนี้ก็ตอบรับในทันที เพราะต้องการแก้ปัญหาประเทศ แม้ว่าการเมืองจะมีความคิดเรื่องการแบ่งแยกระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ตนตั้งใจว่าฝ่ายค้านจะต้องทำงานร่วมกับรัฐบาล ฟังความเห็นซึ่งกันและกัน หาคำตอบที่ดีที่สุดกับบ้านเมือง เพื่อให้ประเทศอยู่ได้ ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองเพื่อทะเลาะกัน เพราะประเทศไทยจะอยู่ไม่ได้ และเห็นว่าตามรัฐธรรมนูญใหม่ใช้วิธีคำนวณปาร์ตี้ลิสต์จะทำให้พรรคการเมืองที่ชนะเสียงข้างมากมีโอกาสน้อย จึงน่าจะเป็นรัฐบาลผสม

“ผมเชื่อเหมือนกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่า พรรค รปช.มีโอกาสเป็นรัฐบาล ส่วนจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่มีประโยชน์ที่จะคิดล่วงหน้า อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งคราวหน้าทุกพรรคถูกบังคับให้เสนอชื่อนายกไม่เกินสามคน โดยไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งเชื่อว่าหลังเลือกตั้งแล้วน่าจะได้นายกรัฐมนตรีจากรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะตัดสินใจอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดหรือเปล่า เพราะถ้าไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อก็เชื่อว่าโอกาสที่จะไปถึงการเลือกนายกฯคนนอกน่าจะเป็นไปได้ยาก แต่ในส่วนของพรรค รปช.ยังไม่สามารถบอกได้ในขณะนี้ว่าจะทาบทาม พลเอกประยุทธ์มาอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรคหรือไม่ เพราะยังมีเวลาในการตัดสินใจ รวมถึงกรรมการบริหารพรรคชุดนี้เป็นกรรมการบริหารพรรคชั่วคราว ก่อนที่จะมีกรรมการบริหารพรรคถาวรจากการเลือกของที่ประชุมสมัชชาพรรคต่อไป” ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าว

ส่วนการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐในอนาคตหรือไม่นั้น ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า เท่าที่เห็นในขณะนี้ยังไม่คิดว่ามีอุดมการณ์หรือนโยบายที่ขัดแย้งกัน จึงคาดว่าจะร่วมรัฐบาลได้ ส่วนพรรคเพื่อไทยยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร เพราะอาจมีการแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ หรือย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น สำหรับกระแสดูดอดีต สส.นั้น ในส่วนของ รปช.ไม่ได้ดูด สส.และไม่อยากให้ใช้คำนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องธรรมดาที่อดีต สส.จะตัดสินใจไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่