อีกองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการปฏิรูปการเมืองคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. การ “เซตซีโร่” กกต.ชุดเดิมและคัดเลือก กกต.ชุดใหม่ก็เพื่อให้ กกต.ชุดใหม่เข้ามาดำเนินการตามกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ กกต.ชุดใหม่มีการสรรหามาแล้วจาก 7 คน ผ่านการรับรองจาก สนช. 5 คน ประกอบด้วย นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นายอิทธิพร บุญประคอง นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และนายปกรณ์ มหรรณพ ยังขาดอีก 2 คนที่ต้องกลับไปดำเนินการหาใหม่อีกครั้ง
สำหรับ กกต.ใหม่ 5 คน ได้ประชุมและคัดเลือกกันเองแล้วมีมติให้ นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. โดยได้รับความเห็นชอบจาก กกต.ใหม่ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ เป็นการลงมติเลือกเพียงครั้งเดียว ขณะนี้ได้นำรายชื่อประธาน กกต. และ กกต.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ส่วน กกต.อีก 2 คนที่ยังขาดนั้น มีความคิดที่จะสรรหา 2 แนวคิด หนึ่งคือ ให้ คสช.คัดเข้ามาเลย อีกแนวคิดหนึ่งคือ ให้เข้าสู่กระบวนการสรรหาอีกครั้ง
แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีแต่กระแสเสียงให้ กกต.ใหม่อีก 2 คนมาจากการสรรหาเช่นเดียวกับ 5 คนที่ผ่านการรับรอง แต่ก็ยังมีกระแสผลักดันให้ใช้วิธีคัดคนมาลงเป็น กกต.เลย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงจะทำให้ กกต.ทั้งชุดดูไม่สง่างาม อย่าลืมว่า กกต.ชุดใหม่นี้ต้องทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งด้วยระบบใหม่ ตามกฎกติกาใหม่ ซึ่งมีความคาดหวังว่า ระบบและกฎกติกาใหม่นี้จะเป็นการปฏิรูปการเมือง ดังนั้น บุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่งในการช่วยให้การเมืองได้รับการปฏิรูป จึงควรเป็นคนที่เข้ามาด้วยความสง่างาม
เมื่อตรวจดูหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่ที่ต้องรับภาระหลักในการจัดการเลือกตั้งแล้วพบว่า มีงานจำนวนมาก การเร่งรัดให้ กกต.ชุดใหม่มีจำนวนเต็มตามที่กำหนดคือ 7 คนโดยเร็ว จะช่วยให้ กกต. 5 คนที่กำลังเข้ารับหน้าที่จะได้รับการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระกันและกัน จึงเป็นสิ่งที่น่าจะดำเนินการ และวิธีการคัด 2 กกต.ที่เหลือก็ควรจะใช้รูปแบบเดียวกับ กกต. 5 คนที่ได้รับการรับรองไปแล้ว ที่ใช้วิธีเปิดรับสมัครผู้สนใจแล้วตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนจะส่งให้ สนช.รับรอง ซึ่งวิธีการดังกล่าวที่ผ่านมากระบวนการสรรหาได้ดำเนินการมาแล้ว และถือว่าประสบความสำเร็จ ดังนั้น เพื่อลดการเกิดเงื่อนไขหรือปัญหาตามมาในภายหลัง จึงควรใช้วิธีการเดิมในการสรรหา กกต.อีก 2 คน และผลักดันให้ กกต.เตรียมรับมือกับการเลือกตั้งตามกฎระเบียบแบบใหม่กันต่อไป

