หน้าแรก การเมือง พล.อ.อ.ประจิน...

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมขับเคลื่อนพัฒนาภาคอีสาน

6.08.18 | 15:16 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนแวนชั่น เซ็นเตอร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการการนโยบายพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อ.ก.บ.ภ.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็นการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบบบูรณาการ โดยมีภาคีพัฒนาจากทุกภาคส่วน ทั้งส่วนกลาง และพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี นายเอนก มีมงคล ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สศช. ชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุม พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 20 จังหวัด ในภาคอีสาน ร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอปัญหาและข้อเสนอโครงการสำคัญของจังหวัดที่จะดำเนินการในปี 2563 ซึ่งมี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ได้นำเสนอปัญหาและข้อเสนอโครงการสำคัญของจังหวัดที่จะดำเนินการในปี 2563
เป็นจังหวัดแรก

โอกาสนี้ พล.อ.อ.ประจินได้มอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนจากพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่า พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ฝากแนวทางการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่าควรให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำติดอันดับหนึ่ง เพราะว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ที่มักประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอยู่เป็นประจำจึงต้องการให้แลดูความคิดเห็นเพื่อที่จะบริหารจัดการน้ำให้มีน้ำไว้ใช้ในช่วงจำเป็นและไม่เกิดปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลาก ส่วนการพัฒนาด้านอื่นๆ ให้ความสำคัญสำหรับพื้นที่ภาควันออกเฉียงเหนือคือ การพัฒนาด้านการเกษตร, การแก้ไขปัญหาความยากจน, การพัฒนาการท่องเที่ยวและการพัฒนาการคมนาคมโดยขอให้คำนึงเรื่องความสมดุลและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ขอให้ช่วยกันทำให้ภาพรวมของภาคอีสานไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาภาพใหญ่ของประเทศ

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ก่อนอื่นเรียนให้ทราบว่าท่านรัฐมนตรี มีความตั้งใจที่จะพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มีศักยภาพในทุกๆด้าน สิ่งที่ท่านฝากให้เป็นความเร่งด่วนประเด็นแรกคือเป็นการเรื่องบริหารจัดการน้ำ และเรื่องของการเกษตรในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพืชไร่ พืชสวน เรื่องของประมง ปศุสัตว์ ท่านพยายามเน้นและขอให้เพิ่มเติมในเรื่องของทางด้านคุณภาพ โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัย และเน้นเรื่องของระบบขนส่ง ของการคมนาคม ขนส่งความเชื่อมโยง ทางด้านจังหวัดสู่จังหวัด เมืองสู่เมือง เมืองใหญ่สู่เมืองเล็ก และไปถึงชนบทถึงชายแดน และสามารถที่จะไปเชื่อมการค้าชายแดนได้ และเน้นในเรื่องของการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวถือว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีความโชคดีที่มีเรื่องของธรรมชาติ ธรรมและวัฒนธรรม และชาวชุมชนที่เป็นชุมชนดั้งเดิม เอามาเป็นจุดนำให้นักท่องเที่ยวสนใจ ก็จะต้องเพิ่มเติมจุดสำคัญของการที่จะเชื่อมเส้นทาง อย่างเช่นการขนส่งคือเรื่องการเดินทางให้มีความปลอดภัย และเรื่องการขนส่งสินค้า สามารถเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวได้ ฉะนั้นตรงนี้ก็จะทำให้ ไอ้คนเดินทางมาท่องเที่ยวนั้นสะดวกสบายปลอดภัยและแวะซื้อสินค้าเกษตรของเราได้ด้วย สุดท้ายก็คือเรื่องของการบริการทางด้านการท่องเที่ยว จะต้องตอบโจทย์ในเรื่องของที่พักและอาหาร ซึ่งเหล่านี้จะเป็นห่วงโซ่ในเรื่องของการเกษตรทำให้คนมีรายได้มีอาชีพ สุดท้ายคือประเด็นคุณภาพชีวิตเป็นสิ่งที่จะเน้นวันนี้เป็นการรวมกันทุกจังหวัดเพื่อที่จะให้จังหวัดนำเสนอในกลุ่มของจังหวัดแล้วก็เป็นกลุ่มภูมิภาคก็จะไปเทียบเคียงกับแผนสภาพัฒน์และยุทธศาสตร์ชาติต่อไป

Advertisement

พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่ออีกว่า ภาคอีสานส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องน้ำ แผนการจัดการตรงนี้ต่อไป มีแผนคือเรามีคณะกรรมการบริหาร ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งในพื้นที่ก็จะนำประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ตรงจุดเลยและมารวมกันที่กลุ่มจังหวัด และมารวมกันในส่วนของภาคอีสานภาค อีสานตอนกลาง และอีสานตอนล่าง และจะมีคณะกรรมการ บริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มาจัดทำแผนในการจัดวางในส่วนที่มีฝนตก ในส่วนที่มีการเก็บน้ำ ในส่วนที่มีการระบายน้ำ อาจจะดูแลไม่ให้น้ำท่วมอย่างไร จะดูแลให้มีน้ำใช้ตลอดปีอย่างไร แล้วก็จะมีน้ำใช้ในการเกษตร น้ำที่ใช้ในการบริโภค-อุปโภค และเรื่องของทางด้านนิเวศอย่างไร ตรงนี้มีแผนงานเป็นระยะสั้น ระยะยาว อันนี้ก็ได้ทำมาและเป็นระยะพอสมควรแล้ว และก็จะเป็นการขยายแก้มลิง การขยายทางระบายน้ำ การทำฝาย ทำอ่างเก็บน้ำและก็จะทำระบบชลประทานเพิ่มขึ้น มั่นใจว่าจะเห็นผลชัดเจนภายในปี 60-65 ตรงนี้ก็จะเห็นผลชัดเจน
ทั้งนี้ ข้อเสนอโครงการภายใต้แผนพัฒนาภาค แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2563 ที่ได้รวบรวมในวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) จะสรุปและประมวลนำเสนอรองนายกรัฐมนตรีพิจารณา และนำเสนอต่อคณะกรรมการบูรราการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานต่อไป