การปฏิเสธการเสนอชื่อเพื่อเข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทยของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ถูกมองไปหลายแง่
บ้างก็ว่าเพราะ “เจียมตัว”
เนื่องจากเมื่อเทียบบารมีกับ ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล แล้วก็ห่างชั้นกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าในด้านชาติวุฒิ หรือรากฐานที่สะสมมาในสังคมไทย
บ้างก็ว่าเพราะยัง “รอคอย” เมื่อเข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาอย่างถูกต้องเป็นจริง
กระนั้น หากมองเข้าไปตัวตนและความเป็น นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อย่างใกล้เคียงที่สุดก็น่าจะเป็นการตัดสินใจอย่างสุกงอม
เรียกตามสำนวนพุทธก็ต้องว่า เป็นไปตาม “สภาวธรรม”
กระนั้น หากเรียกตามสำนวน “สองนคราประชาธิปไตย” ก็ต้องว่าเป็นไปตามความเป็นจริงในทางภววิสัยทางการเมือง
จะเข้าใจคำตอบนี้ก็ต้องเข้าใจ “เป้าหมาย” ทางการเมือง
จะเข้าใจการตัดสินใจของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ครั้งนี้มิใช่เริ่มต้นจาก “สองนคราประชาธิปไตย” แต่จำเป็นต้องย้อนไปอ่าน “พิศการเมือง”
“พิศการเมือง” ซึ่งตีพิมพ์โดย open books เมื่อเดือนกันยายน 2548
“พิศการเมือง” ซึ่ง ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ทำหน้าที่เป็น 1 บรรณาธิการ และ 1 เรียบเรียงคำพูดของ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์
เป็นประสบการณ์ตั้งแต่ยังเรียนที่ลำปาง กระทั่งอยู่พรรคมหาชน
นั่นย่อมเห็นได้ว่า นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ มิใช่อยู่ๆ ก็ได้ดุษฎีบัณฑิตทางรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
อยู่ๆ ก็ได้เป็นหัวหน้าพรรคมหาชน
ตรงกันข้าม เขาสะสมความจัดเจนทางการเมืองตั้งแต่หลังสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 กระทั่งสถานการณ์เดือนตุลาคม 2519
ก่อนสรุปบทเรียนในเดือนพฤษภาคม 2535 เป็น “สองนคราประชาธิปไตย”
จาก “พิศการเมือง” นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ยอมรับว่าเรียนรู้การเมืองที่เป็นจริงจาก 1 พรรคความหวังใหม่ผ่าน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
และ 1 ที่สำคัญจากพรรคประชาธิปัตย์ ผ่าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์
ผนึกในทางความคิดที่สำคัญเป็นอย่างมากหลังจากสัมผัสไปกับการทำงานของพรรคความหวังใหม่และพรรคประชาธิปัตย์
คือสิ่งที่เขาเรียกว่า “พรรคทางเลือกที่สาม”
ความหมายจากความเป็นจริงก็คือ 1 มิใช่พรรคประชาธิปัตย์ และ 1 มิใช่พรรคเพื่อไทยอันต่อเนื่องจากพรรคไทยรักไทยพรรคพลังประชาชน
จึงทดลองครั้งแรกผ่าน “พรรคมหาชน”
บทเรียนจากพรรคมหาชนที่ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อาสาเป็นหัวหน้าพรรคนั้นเองได้ตกผลึกมาเป็นการปฏิเสธตำแหน่งหัวหน้าพรรคเมื่อมาเป็นพรรครวมพลังประชา
ชาติไทย
ตอนอยู่พรรคมหาชนแม้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ จะได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าพรรค แต่ตัวจริง เสียงจริงก็คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์
มาคราวนี้แม้หัวหน้าพรรคจะคือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล
แต่ตัวจริงเสียงจริงก็ยังเป็นเหมือนพรรคมหาชน เพียงแต่พรรคมหาชนเป็น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ แต่กับพรรครวมพลังประชาชาติไทย คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มิใช่พรรค “หม่อมเต่า” มิใช่ “พรรคเอนก” อย่างแน่นอน
กระนั้น พรรครวมพลังประชาชาติไทยก็ยังเป็น “พรรคทางเลือกที่สาม”

