“เอนก” ร่ายยาว แจงเหตุผล รปช.เลือก ”หม่อมเต่า” นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค ชี้ เหมาะสม เปรียบเหมือน ”พญาครุฑ” บินเข้าสู่เวทีการเมือง คุณสมบัติครบเครื่องเหมาะเป็นนายกรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เปิดประชุมผู้จัดตั้งเลือก ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น หลายท่านงง และตกใจ เพราะตนถอนตัวเมื่อมีผู้จัดตั้งจากอุดรยกมือเสนอให้เป็นแคนดิเดตแข่งกับ ม.ร.ว.จัตุมงคล ขอชี้แจงว่าตนเป็นคนหนึ่งที่นิยมชมชอบสนับสนุนท่านเสมอมา และช่วยทาบทามท่านให้เป็นหัวหน้าในช่วงก่อตั้งพรรค
นายเอนกระบุต่อว่า ที่คนตกใจกันนั้น ส่วนใหญ่ไปในทางดีเพราะคาดไม่ถึง คิดไม่ถึง ว่าในวัยที่ “ล้างมือในอ่างทองคำ” แล้ว คุณชายท่านนี้จะทิ้งความสุขส่วนตัวมาทำงานการเมืองเพื่อบ้านเมือง แต่เมืองไทยเรานั้นไม่สิ้นคนดีจริงๆ ในวัย 70 เศษ ราชนิกูลผู้สูงศักดิ์ท่านนี้มองว่า รปช.มุ่งทำเพื่อประชาชน เพื่อประชาธิปไตยที่เป็นธรรมาธิปไตย ที่สำคัญยิ่ง เทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มีปณิธานแน่วแน่ว่าจะน้อมนำพระบรมราชวินิจฉัย พระบรมราโชบาย และพระราชดำริ มาเป็นหลักชัยในการนำพาประเทศ เช่นนี้ท่านจึงเป็นบุคคลาธิษฐานของอุดมการณ์ รปช.โดยแท้
นายเอนกระบุต่ออีกว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล เป็นมือเศรษฐกิจระดับชาติและนานาชาติ พรรค รปช.พร้อมจะเป็นรัฐบาลมากขึ้นอีก ท่านจะพากูรูเศรษฐกิจมาเข้าพรรค คนเหล่านี้จะมาประสานกับปราชญ์ชาวบ้านและนักคิด-นักปฏิบัติ “ศาสตร์พระราชา” รวมทั้งเศรษฐกิจภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจภาคประชาชนที่มีอยู่แล้วภายในพรรค ร่วมกันทำให้ปากท้องของประชาชน ทุกภาคทุกพื้นที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนแน่นอน
นายเอนกระบุว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล จบการศึกษาขั้นสูงจากสถาบันระดับโลกคือเคมบริดจ์ของอังกฤษ และฮาร์วาร์ดของอเมริกา และทุกวันนี้ก็ติดตามเรียนรู้จีน อีกมหาอำนาจโลก ไม่หยุดยั้ง บ่อยครั้งด้วยการพลิกหนังสือของคิสซินเจอร์อ่านอย่างจดจ่อ ท่านไปจีนหลายครั้งและสนใจมากว่าจีนทำนวัตกรรมชั้นสูงได้อย่างไรในเวลาที่สั้นมาก แต่ท่านไม่ใช่ “อินเตอร์” ดิบๆ ท่านรู้ ”เมืองไทย” เป็นอย่างดี รับราชการเป็นอธิบดีหลายกรมและสุดท้ายเป็นปลัดกระทรวงการคลัง และเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย ท่านรับราชการใช่เป็นเพื่อลาภยศตำแหน่ง เมื่อขัดแย้งกับรัฐบาลในประเด็นที่ท่านเห็นว่าผลประโยชน์ของชาติกำลังจะเสียหาย ก็กล้าคัดค้าน และกล้าลาออกจากทั้งสองตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่มากดังกล่าว
นายเอนกทิ้งท้ายว่า ด้วยสถานะและประสบการณ์อย่างนี้ คิดว่า “หม่อมเต่า” พร้อมจะเป็นได้ถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “พญาครุฑ” อีกหนึ่งตน ผู้เป็นคนเก่ง คนดี คนกล้า ผู้ช่ำชองการบริหารราชการแผ่นดินอย่างยิ่ง ได้ ”โผบิน” เข้าสู่เวทีการเมือง ท่านมีสังกัดมีกำลังหนุนแล้ว คนอย่าง “หม่อมเต่า” นั้น เป็นนายกรัฐมนตรีได้ในทุกแบบ ทุกสถานการณ์ ครบเครื่องเลยครับ ท้ายสุดสำหรับท่านที่รักและห่วงผม อย่า ”ตกใจ” หรือ “ห่วง” ผมนะครับ ผมดีใจที่ “หม่อมเต่า” เป็นหัวหน้า ร่วมคิดร่วมเสนอให้ท่านเป็นหัวหน้า และยังร่วมทำร่วมนำใน รปช.ต่อไป ภายใต้การนำของท่านหัวหน้า ร่วมกับผู้จัดตั้งทั้งหลาย “เต็มร้อย” ที่จริง “เกินร้อย”
“โปรดดูเถิด รปช.พรรคนี้มาตรฐานสูง ใครจะได้เป็นได้ทำอะไร คิดล่วงหน้าไม่ได้ เขามีกระบวนการ และมีจรรยาบรรณว่าในตำแหน่งไหน สูง กลาง พื้นฐาน เราผู้จัดตั้งและสมาชิกต้องทำให้ได้ ทำอย่างดี เรามีปฏิญญาร่วมกันว่าในพรรคนี้ จะไม่มีใครผูกขาด จับจอง ยึดครองตำแหน่งไหน เอาเองได้”

