สัญญา ในสายลม สัญญา เลือกตั้ง กับความเป็นจริง

9.08.18 | 12:00 น.

ถึงแม้จะถูกประเมินค่าว่า เป็นกลุ่มที่ “เอาแต่เลือกตั้ง”

แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ยังไม่ลดละความพยายาม ที่จะคาดคั้นหาคำตอบให้ได้ว่า

กำหนดเลือกตั้งที่เลื่อนมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งผู้นำรัฐบาล และ คสช. ประกาศเอาไว้ว่า จะเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562

จะยังเป็นไปตามนั้นหรือไม่

เพราะความเป็นจริงกับคำสัญญา

Advertisement

มีทีท่าว่าจะไปคนละทาง

ประการหนึ่ง ความเคลื่อนไหวล่าสุดจาก สนช.

หนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย

6 สิงหาคม นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สนช. ในฐานะผู้รวบรวมรายชื่อสมาชิก
เสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เพื่อกำหนดที่มาผู้ตรวจการเลือกตั้งให้ชัดเจนว่ามาจากคณะกรรมการคัดเลือก
บุคคลเพื่อแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยระบุลงในกฎหมาย กกต.โดยตรง

มิใช่โดยการออกระเบียบของ กกต.เองดังที่ผ่านมา

หากมีการแก้ไขกฎหมาย ก็จะส่งผลให้ผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คน ที่ผ่านการ
คัดเลือกมาแล้วสิ้นสภาพไป

และต้องเริ่มกระบวนการสรรหากันใหม่

ซึ่งแปลว่าโอกาสที่การเลือกตั้งจะเลื่อนออกไป

ก็มีความเป็นไปได้

ดูจากท่าทีของ สนช. ผู้เอาจริงเอาจังกับแนวทางของ คสช. อย่าง นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ก็จะยิ่งชัดเจน

นายวัลลภระบุว่า กกต.ชุดปัจจุบันรีบร้อนตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไม่รอ กกต.ชุดใหม่
เข้าปฏิบัติหน้าที่ คล้ายกับกรณีโยกย้ายข้าราชการภายใต้รัฐมนตรีคนที่จะหมดวาระ

จึงเห็นว่าการกระทำของ กกต.ชุดปัจจุบันน่าเกลียด

โดยมีรายงานข่าวประกอบด้วยว่า สนช. สายพลเรือน 36 คน ที่เข้าชื่อขอแก้ไข พ.ร.ป.กกต.นั้น เห็นว่า

รายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ กกต.ชุดปัจจุบันเห็นชอบ

ถูกมองว่าอิงกับฝ่ายการเมืองบางขั้วมากเกินไป

ความเคลื่อนไหวของ สนช. ได้รับการตีตราจากนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ในวันต่อมา

7 สิงหาคม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวถึงการประชุม คสช. ในวันเดียวกันนี้ว่า เป็นการดำเนินการในหลายเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการปลดล็อกอะไรต่างๆ เพื่อไปสู่แนวทางมาตรการที่เหมาะสม

ส่วนกรณี สนช.เตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.ป. กกต. ไม่ใช่การแก้กฎหมายเพื่อล้มล้างผู้ตรวจการเลือกตั้ง

เป็นเรื่องของการที่จะทำอย่างไรให้ กกต.ใหม่ และ กกต.ชุดเก่า ร่วมมือคัดสรรผู้ตรวจการเลือกตั้ง ให้เกิดความเหมาะสม

ขณะที่ประเด็นการ “ปลดล็อก” พรรคการเมืองที่ยังไม่ดำเนินการ

ก็เพราะ

“ไม่ต้องการให้สร้างผลกระทบกับการจราจรหรือสร้างความวุ่นวาย

เพราะวันนี้ยังไม่ได้ผ่อนผันเรื่องการเลือกตั้ง การหาเสียงเลย

ต้องรอกฎหมายเลือกตั้งลงมาก่อน คสช.จึงจะคลายล็อกต่างๆ ขอให้รอสักนิด

ทางการเมือง อย่างที่บอกไปแล้ว ใครจะพูดอะไรก็พูดไป แต่อย่าบิดเบือนก็แล้วกัน
การเดินสายต่างๆ เหล่านี้ต้องดู ไม่ใช่เอื้อประโยชน์กับใคร”

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าที่ประชุมคณะรักษา
ความสงบแห่งชาติ คสช. เสนอแนวทางการแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 มา 2 แนวทางคือ

1.การจัดทำไพรมารีโหวตระดับภาค

2.ใช้วิธีการอื่นๆ ในการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมืองในการคัดเลือกผู้สมัครตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่างไว้ตั้งแต่ต้น

ซึ่ง คสช.เห็นชอบทั้ง 2 แนวทางดังกล่าว โดยมอบหมายให้ตนไปหารือกับ กกต.

เลือกทางใดทางหนึ่ง

สําหรับผู้ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยดวงใจอันระทึกพลัน

คำถามที่ตามมาก็คือ

ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งชุดใหม่ก็ดี

การปลดล็อกพรรคการเมืองก็ดี

การคลายปมของไพรมารีโหวตก็ดี

รวมไปถึงปมปัญหาอื่นๆ ที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งปัจจุบันผูกเอาไว้

จะเสร็จทันตามคำมั่นสัญญา จนมีเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562 หรือไม่

หรือสัญญานั้นจะหาน้ำหนัก-ความน่าเชื่อถือมิได้