‘ปชป.’ย้ำชัดค้านร่างรธน. วอนผู้มีอำนาจเปิดใจกว้างรับฟัง-ชี้ทำประชามติอย่าใช้อารมณ์ข่มขู่

17.04.16 | 11:44 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. แถลงจุดยืนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามตินั้น มีความชัดเจน 4 ประการคือ 1.พรรค ปชป.ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่มีข้อเสียมากกว่าข้อดี 2.พรรค ปชป.ไม่รับคำถามพ่วงที่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีได้ในระยะ 5 ปีแรก 3.ขอเรียกร้องไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุให้ชัดเจนว่าหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติประชาชนจะได้อะไร และ 4.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งทำประชามติ ให้ความเสรีและเป็นธรรม ทั้งนี้ปรากฏว่าได้มีผู้มีอำนาจในบ้านเมืองหลายท่านออกมาแสดงความคิดเห็นตอบโต้แบบใช้อารมณ์ผสมการข่มขู่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ถึงแม้จะเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองย่อมมีสิทธิที่จะไม่พอใจจุดยืนและความคิดเห็นที่แตกต่างจากตน แต่ผู้มีอำนาจไม่ควรใช้อารมณ์ตอบโต้ เพราะเมื่อใดที่ใช้อารมณ์ก็จะไปบดบังสติปัญญาที่เห็นเหตุเป็นผล ทำให้ไม่ได้พิจารณาเนื้อหาสาระของความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างถ่องแท้ ในสังคมประชาธิปไตยการที่คนมีจุดยืนความคิดเห็นที่แตกต่างกันย่อมเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความแตกแยก ขัดแย้ง หรือความรุนแรง ที่ต้องใช้อารมณ์เข้าหากัน เพราะถึงแม้จะมีจุดยืน ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นศัตรูกัน

นายองอาจกล่าวต่อว่า การแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลเรื่องรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ที่จะใช้กับคนไทยทั้งประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนคนไทยทุกภาคส่วนควรได้มีโอกาสแสดงออกอย่างเต็มที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ส่วนใครที่ละเมิดกฎหมายก็จัดการเอาผิดตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจึงควรเปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสุขุมคัมภีรภาพน่าจะเกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากกว่าที่จะใช้ท่าทีที่ปิดกั้น ข่มขู่ผู้เห็นต่าง ในส่วนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่คนไทยทั้งประเทศจะได้มีส่วนกำหนดอนาคตของประเทศหากผ่านการทำประชามติ ซึ่งมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างฉบับนี้นั้น ผู้มีอำนาจควรสนับสนุนให้การทำประชามติเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรมได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เพราะถ้ากระบวนการประชามติมีปัญหาว่าไม่เสรีและเป็นธรรม ก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองตามมาอีกมากมาย ที่สำคัญที่สุดคืออาจจะทำให้ไม่ยอมรับผลประชามติอีกด้วยจึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเปิดใจกว่างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ควรละเว้นการใช้อารมณ์ ข่มขู่ คุกคาม ทุกรูปแบบ เพื่อช่วยกันผลักดันให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างที่ควรจะเป็น