‘ธนาธร’ บรรยายพิเศษนศ. ปลุกใช้เลือกตั้งเปลี่ยนประเทศ ปลดปล่อยศักยภาพท้องถิ่น

9.08.18 | 16:27 น.

“ธนาธร” บรรยายพิเศษนศ.มข. ชวนใช้สิทธิ์ ชี้พรรคการเมืองมีหน้าที่เสนอนโยบายส่วนการเลือกเป็นของปชช. แนะเริ่มต้นพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการไปเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “นโยบายสาธารณะกับการพัฒนาสังคมไทย” โดยมีนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ทั้งในขอนแก่นและจากหลากหลายจังหวัด ร่วมรับฟังวิสัยทัศน์ นายธนาธร กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมานโยบายที่มีการแข่งขันกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ก็คือจำนำข้าวกับประกันราคาข้าว ที่ขับเคี่ยวกันในหลายรัฐบาล นอกจากนั้นคือการเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการ เพื่อเป็นโครงข่ายทางสังคมให้ประชาชน หน้าที่ของพรรคการเมืองคือการเสนอนโยบาย ส่วนหน้าที่ของประชาชนคือการเลือกพรรคที่มีนโยบายตรงใจมากที่สุด ความสัมพันธ์เช่นนี้ถือเป็นหน้าที่ของนโยบายสาธารณะในประเทศไทย โดยความสำคัญคือต้องดูว่าในแต่ละรัฐบาล แต่ละพรรคการเมือง ให้ความสำคัญกับคนกลุ่มใด เรื่องอะไร ซึ่งการออกแบบนโยบายตามการจัดลำดับความสำคัญนั้นๆ เท่ากับการออกแบบอนาคตของประเทศว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางใด

นายธนาธร กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างการจัดสรรทรัพยากรของประเทศผ่านการชี้ให้เห็นถึงการจัดสรรงบสวัสดิการสุขภาพถ้วนหน้า หรืองบบัตรทอง เปรียบเทียบกับงบกระทรวงกลาโหม ก่อนรัฐประหาร 2549 งบบัตรทองสูงกว่างบทหารมาก แสดงว่าเกิดการเลือกอย่างมีนัยสำคัญโดยพรรคการเมืองว่าจะเอางบไปใช้ในทางไหน เพื่อใคร แต่หลังรัฐประหาร ก็เกิดความเปลี่ยนแปลง จนงบทหารโตกว่างบบัตรทองอีกครั้งในการรัฐประหารปี 2557 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปรัชญาของนโยบายสาธารณะ คือการต้องมีจุดยืน อุดมการณ์ที่ชัดเจนว่าจะใช้เงินไปเพื่ออะไร ให้ความสำคัญกับอะไร

นายธนาธร กล่าวว่า ถ้าตัดงบกลาโหมให้กลับมาเท่าก่อนรัฐประหาร 2549 ก็จะได้งบประมาณกลับมาปีละ 68,300 ล้านบาท ซึ่งถ้านำเงินก้อนนี้มาเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา จาก 600 บาท เป็น 1,200 บาทต่อเดือน ให้คนชรา 8.5 ล้านคนทั่วประเทศ ก็ใช้เงินเพียง 61,200 ล้านบาทเท่านั้น หรือถ้ายกเลิกการให้สิทธิพิเศษทางภาษี BOI ที่ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ จะได้งบประมาณเพิ่ม 240,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถ้านำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการพัฒนาระบบสวัสดิการสาธารณสุข ก็จะสามารถทำให้ประชาชนทั้งประเทศได้เข้าถึงสวัสดิการสาธารณสุขในระดับเดียวกับราชการ โดยใช้เงินเพียง 234,000 ล้านบาท

นายธนาธร ย้ำว่า การทำนโยบายสาธารณะยังเป็นการเปิดพรมแดนใหม่ๆ เป็นกลไกในการกำหนดอนาคตของประเทศ เช่นกรณีประเทศไทย ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตรของไทยโตน้อยกว่าภาคอื่นๆ โดยเฉพาะ 10 ปีที่ผ่านมา จีดีพีจากภาคการเกษตรไม่ได้เติบโตขึ้นเลย แรงงานในภาคการเกษตรก็น้อยกว่าภาคอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่ภาคการเกษตรเป็นแหล่งงานอันดับหนึ่งของประเทศ มากถึง 32.3 เปอร์เซ็นต์ เป็นเหตุให้ไทยตกอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ไม่มีทางกลายเป็นประเทศร่ำรวยได้ เพราะประชากรส่วนใหญ่อยู่ในตำแหน่งงานที่รายได้น้อย พร้อมเสนอว่าการจะทำให้ไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางได้ ต้องอาศัยการยกระดับเกษตรให้กลายเป็นอุตสาหกรรม แปรรูป ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน แต่ที่สำคัญไปกว่าการจัดลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณ เป้าหมายในการใช้ ในการจัดสรรทรัพยากร ต้องดูว่าใครเป็นเจ้าของอำนาจในการจัดสรรทรัพยากร เพื่อจะได้ใช้ทรัพยากรได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด นำมาซึ่งความสำคัญของการกระจายอำนาจ เพราะรัฐราชการรวมศูนย์อุ้ยอ้ายและไม่สามารถตอบโจทย์ที่หลากหลายของท้องถิ่นได้

Advertisement

นายธนาธร กล่าวว่า กรณีเมืองซุก ในสวิตเซอร์แลนด์ กับคดีเบี้ยกุดชุมของไทย นายกเทศมนตรีเมืองซุก ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่มีประชากรเพียงมีวิสัยทัศน์ว่าอีกไม่นาน เงินอิเล็กทรอนิกส์จะมาแทนที่สกุลเงินกระแสหลัก จึงประกาศนโยบายให้การทำธุรกรรม จ่ายภาษีต่างๆให้เทศบาล ใช้บิทคอยน์หรืออีเธอเรียมได้ ทำให้ตอนนี้ที่นี่กลายเป็นเมืองหลวงบิทคอยน์โลก ในขณะที่ไทย มีการใช้เบี้ยกุดชุมในปี 2540 เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพสูง มีลักษณะเป็นเงินชุมชน ใช้แลกเปลี่ยนระหว่างคนในพื้นที่ ปรากฏว่าผิดกฎหมาย กระทรวงการคลังไม่ยอมให้ใช้ เช่นเดียวกับเมืองคาโทวิช ในโปแลนด์ กลายเป็นเมืองที่รกร้างเพราะเดิมทำเหมืองแร่ แล้วแร่หมด ปรากฏว่าเทศบาลเมืองมีวิสัยทัศน์ว่าอีสปอร์ตกำลังมาแรง จึงสร้างสเตเดียมขนาดใหญ่ให้เอกชนมาจัดแข่งอีสปอร์ต ทำให้ตอนนี้คาโตวิชกลายเป็นเมืองหลวงของอีสปอร์ตโลก ขณะที่ในไทย มีตัวอย่างความพยายามที่จะใช้วิสัยทัศน์ของท้องถิ่นพัฒนาเมือง เช่นพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ที่บริหารจัดการโดยเทศบาลนครอุดรธานี เล่าประวัติศาสตร์แบบมองจากสายตาท้องถิ่น เรื่อง GI เมียเช่า ไม่ใช่แค่การบอกเล่าประวัติศาสตร์กระแสหลักแบบที่คนกรุงเทพฯมอง

นายธนาธร กล่าวว่า เช่นเดียวกับขอนแก่น ที่พยายามสร้างระบบคมนาคมที่ดีในเมือง ทำระบบรถไฟรางเบา โดยอาศัยความร่วมมือจาก 5 เทศบาล รวมตัวในนามบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง แต่กลับใช้เวลาหลายปีในการขออนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม ใช้เวลาถึง 5 ปีเพียงเพื่อขอใบอนุญาตจากหน่วยงานราชการส่วนกลาง ซึ่งนายธนาธรสรุปว่าการพัฒนาประเทศ ออกนโยบายสาธารณะที่ตรงกับความต้องการของท้องถิ่น ปลดปล่อยศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ของประเทศไทย ไม่มีทางเกิดได้หากไม่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารจัดการตนเอง

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการบรรยาย มีการเปิดให้นักศึกษาถามคำถาม ซึ่งมีคำถามว่าจะทำอย่างไรให้เข้าถึงนโยบายสาธารณะ ในเมื่อท้องยังหิว คุณภาพชีวิตยังไม่ดี หนี้สินยังท่วมตัว จะเริ่มจากตรงไหนก่อน ซึ่งนายธนาธรตอบสั้นๆว่า “ไปเลือกตั้ง”