ส่งสัญญาณทางการเมืองผ่านทั้งแฟนคลับ คนใกล้ชิด และอดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนเกือบจะเป็นรายเดือน สำหรับ “เสี่ยแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายใหญ่แห่งพรรค พท.
ไล่ตั้งแต่คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในงานวันเกิดครบ 69 ปีเต็ม ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่ “ทักษิณ” ประกาศผ่านอดีต ส.ส.ของพรรค พท.ว่า
การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยอาจจะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายแบบ “อาวาแลนช์” (avalanche) หรือหิมะถล่ม
มาล่าสุดในห้วงต้นเดือนสิงหาคม ระหว่างที่ “เสี่ยแม้ว” ควงคู่น้องสาว “เจ๊ปู”น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาเยือนเกาะฮ่องกง เพื่อพบปะแฟนคลับและอดีต ส.ส.ที่มาร่วมเบิร์ธเดย์ย้อนหลังให้กับ 2 พี่น้อง อดีตนายกฯ
“เสี่ยแม้ว” บอกถึงทิศทางทางการเมืองแบบมั่นใจกับกลุ่มแฟนคลับว่า “อยากบอกทุกคนว่า ถ้าเราไม่ยอมแพ้ คำว่าแพ้มีได้ 2 กรณี คือ 1.แพ้เพราะตาย กับ 2.แพ้เพราะยอมไปเอง ถ้าเรายังสู้อยู่เราก็จะไม่แพ้ นั่นก็คือมีแต่แบทเทิล ไม่มีวอร์ วอร์มันจะเอนด์ต่อเมื่อทุกอย่างมันจบ แต่สู้กันกี่ยกๆ นี่คือแบทเทิล ซึ่งวอร์ยังไม่จบ เรายังต้องทำต่อไป
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือวอร์เพื่อประชาธิปไตย ผมอายุ 69 ปีแล้ว สิ่งที่อยากเห็นคืออยากเห็นประเทศไทยกลับมารุ่งเรืองใหม่ และที่สำคัญคืออยากเห็นศักดิ์ศรีกลับมาสู่คนไทยทุกคน แต่วันนี้เราถูกปกครองโดยใครก็ไม่รู้ ที่อยู่ๆ ก็ถือปืนมาปกครองกดขี่พวกเรา เป็นสิ่งที่พวกเรารับไม่ได้ ถึงวันเลือกตั้งเมื่อไหร่จะเป็นวันที่ประชาชนตัดสินว่าผมพูดจริงหรือเปล่า ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจ เพราะเรายังจะต้องประกอบอาชีพกันต่อไป ไลฟ์มัสต์โกออน”
ขณะเดียวกัน “ทักษิณ” ยังยืนยันกับอดีต ส.ส.ที่เข้าไปพูดคุยอย่างมั่นใจด้วยว่า “ที่ผมประเมินอย่างมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะถล่มทลายนั้น เพราะมีการทำโพลอยู่ตลอด และมีโพลจากหลายๆ ภาคส่วนที่มาถึงมือเราด้วย จึงพอที่จะทำให้สามารถประเมินได้
ส่วนที่จะมีคนย้ายพรรค ถ้าหากจะไปเพราะติดเรื่องของคดีความเราไม่ว่ากัน เห็นใจเพราะหากต้องไปเพื่อความอยู่รอด แต่ใครจะไปเพราะเงิน คนคนนั้นก็คงมีเหตุผลของตัวเอง แต่หากอยากได้เงินก็ไป หากอยากได้เป็นผู้แทนก็ให้อยู่ต่อ”
สัญญาณของ “เสี่ยแม้ว” ที่ส่งผ่านถึงอดีต ส.ส.ล่าสุดที่ระบุว่า “ถ้าอดีต ส.ส.คนไหน อยากได้เงินก็ไป แต่ใครอยากเป็น ส.ส.ก็ให้อยู่กับพรรค พท.ต่อ” แน่นอน ความมั่นใจครั้งนี้ นอกจากโพลที่พรรค พท. สำรวจอยู่ตลอดทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน รวมทั้งพื้นที่ที่พรรคพท.ปักธง ส.ส.อยู่ ล้วนเป็นตัวเลข และข้อมูลที่เชื่อถือได้ ความผิดเพี้ยนของตัวเลขแทบจะไม่กี่เปอร์เซ็นต์
กอปรกับความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่แข็งแกร่งของ “พรรค พท.” ที่เชี่ยวชาญและเป็นต้นตำรับ “ประชานิยม” ยังครองใจมวลชนทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน ฐานที่มั่นสำคัญ ที่เชื่อว่าจะเทคะแนนให้กับพรรค พท.คว้าชัยในศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป
เพราะกว่า 5 ปี ที่ประเทศไทยรอคอยการเลือกตั้ง ที่จะได้รัฐบาลประชาธิปไตย มาปลดล็อกแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับประชาชน
แม้จะมีคู่แข่งอย่าง “พรรคพลังประชารัฐ” ที่มีมือเศรษฐกิจ อย่าง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” คนกันเองของ “ทักษิณ” ที่รู้ทางกันดีกับการทำคลอดนโยบาย
ประชานิยมของ “ทักษิณ” ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึง พรรค พท.
มาช่วงชิงเก้าอี้ ส.ส. 500 ที่นั่ง หวังเข้าป้ายเป็นอันดับ 2 เพื่อรวมกับพรรคแนวร่วมพันธมิตรที่พร้อมจะชู “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งนายกฯอีกสมัย
แต่ “ทักษิณ” ก็ยัง มั่นใจว่าช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้ง ด้วยนโยบายของพรรคพท. โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ จะโดนใจชาวบ้านแบบจับต้องได้
ไม่ต้องรอนานเหมือนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนช่วยให้ “พรรค พท.” เข้าป้ายอันดับ 1
ส่วนจะแบบ “แลนด์สไลด์” หรือ “อาวาแลนซ์” หลังปิดหีบนับคะแนน คงได้รู้กัน

