หน้าแรก การเมือง ชาวโคราชเสนอส...

ชาวโคราชเสนอสามมิตรดันตั้ง ‘จังหวัดบัวใหญ่-ขึ้นเงินกำนัน ผญบ.’ บอกทำได้พร้อมหนุนเต็มที่

11.08.18 | 13:52 น.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่บ้านทรงไทยของนายภิรมย์ พลวิเศษ บ้านโคกสะอาด ต.ด่านช้าง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และภิรมย์ พลวิเศษ แกนนำกลุ่มสามมิตร ได้พบปะและรับฟังปัญหาจากตัวแทนประชาชนในเขตอำเภอบัวใหญ่ และอำเภอใกล้เคียง 8 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา โดยนายคำพันธ์ บุญยืด ตัวแทนกลุ่มประชาชน อ.บัวใหญ่ ได้เสนอให้กลุ่มสามมิตรติดตามทวงถามรัฐบาล กรณีอำเภอบัวใหญ่และอีก 7 อำเภอ ขอแยกตัวออกจากจังหวัดนครราชสีมา ตั้งเป็น “จังหวัดบัวใหญ่” โดยให้เหตุผลเรื่องของการคมนาคมที่ห่างไกลจากตัวจังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวแทนชาวอำเภอบัวใหญ่และอำเภอใกล้เคียงเคยยื่นหนังสือขอแยกเป็นจังหวัดบัวใหญ่ต่อกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหาย โดยนายคำพันธ์ได้เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 44 ประกาศตั้งจังหวัดบัวใหญ่ในเร็ววันนี้

นอกจากนี้ นายเสรี นามพิบูลย์ กำนันตำบลโนนเพชร อ.ประทาย ตัวแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เรียกร้องให้กลุ่มสามมิตรผลักดันให้รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศขึ้นเงินเดือนให้กับกำนัน เป็นเงิน 15,000 บาท, ผู้ใหญ่บ้าน 12,000 บาท และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และแพทย์ประจำตำบลทั่วประเทศ เป็น 9,000 บาท เพื่อให้เพียงพอกับค่าครองชีพและรายจ่ายที่สูงขึ้นในแต่ละเดือนทั้งนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำงานหนักให้กับส่วนราชการทุกกระทรวงจึงเห็นควรปรับขึ้นเงินเดือนค่าตอบแทนอย่างยิ่ง โดยตัวแทนของประชาชนระบุว่าถ้ากลุ่มสามมิตรสามารถผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการทั้งสองเรื่องนี้ได้ ชาวอำเภอบัวใหญ่และอีก 8 อำเภอ จะเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมือง ที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์และกลุ่มสามมิตรเข้าสู่สภาอย่างถล่มทลายแน่นอนท่ามกลางเสียงปรบมือจากประชาชนที่มาร่วมฟังอย่างกึกก้อง


ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า การขอตั้งจังหวัดบัวใหญ่โดยแยกออกมาจาก จ.นครราชสีมานั้นเป็นความต้องการของประชาชนจาก 8 อำเภอ ซึ่งเล็งเห็นถึงความจำเป็นด้านการคมนาคมที่ห่างไกลและการได้รับงบประมาณในการพัฒนาที่ไม่เพียงพอเนื่องจาก จ.นครราชสีมา มีพื้นที่กว้างถึง 32 อำเภอ ทำให้ประชาชนชาว อ.บัวใหญ่และอีก 8 อำเภอ เสียโอกาสในการพัฒนาทุกด้าน ฉะนั้น กลุ่มสามมิตรจึงจะนำเรื่องนี้เสนอต่อกระทรวงมหาดไทยและ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้มีการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้ ส่วนเรื่องการเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นเงินเดือนค่าตอบแทนให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและแพทย์ประจำตำบลนั้นเป็นแนวคิดที่ตรงกันกับกลุ่มสามมิตรและเป็นตัวเลขและเพดานเงินเดือนที่เป็นไปได้ ซึ่งเราจะนำเสนอให้รัฐบาลรับไปพิจารณาเช่นเดียวกัน

นายสมศักดิ์กล่าวถึงแผนการเดินทางไปพบปะกับนักการเมืองและกลุ่มอาชีพต่างๆ ว่า ในสัปดาห์นี้กลุ่มสามมิตรมาที่ จ.นครราชสีมา ก่อนจะไป อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยจะใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานอีก 2 สัปดาห์ จากนั้นจะไปทางภาคเหนือและภาคกลางตามที่มีหลายกลุ่มโทรมาตาม อยากจะแลกเปลี่ยนและนำเสนอปัญหากับกลุ่มสามมิตร ส่วนการเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐนั้น นายสมศักดิ์กล่าวว่า มาถึงวันนี้เรื่องของพรรคการเมืองยังไม่ชัดเจนเพราะยังมีข้อกฎหมายหลายอะไรหลายๆ อย่างที่พรรคเขาจะต้องดำเนินการถ้ากลุ่มสามมิตรไปพัวพันกับพรรคการเมืองก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากกับพรรคการเมืองนั้นๆ ไปอีก รวมถึงเรื่องวันเวลาของการเลือกตั้งก็ยังไม่ชัดเจน ถ้ามีความชัดเจนเมื่อไหร่เราตัดสินใจไม่นานวันเดียวก็จบแล้ว เรื่องการสังกัดพรรคเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แต่เรื่องใหญ่คือการช่วยกันแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนและเกษตรกรในชนบท ถ้ากลุ่มสามมิตรสามารถเก็บประเด็นปัญหาได้ทั้งหมด ก็จะทำให้รัฐบาลช่วยประชาชนได้ตรงเป้าหมาย งบประมาณปีหนึ่ง 3 ล้านล้านเศษ ถ้าเอามาช่วยพี่น้องเกษตรกรแค่ 10% หรือประมาณ 3 แสนล้านบาท ก็จะสามารถทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขากลุ่มสามมิตร กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ กลุ่มสามมิตร นำโดยนายสมศักดิ์และคณะ จะเดินทางไปยังห้องประชุมประชาเมืองใหม่ เทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อร่วมกับนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น พบปะกับประชาชนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาของตัวแทนกลุ่มเกษตรกรและตัวแทนกลุ่มอาชีพต่างๆ ในอำเภอบ้านไผ่และอำเภอใกล้เคียงกว่า 200 คน เพื่อเก็บข้อมูล จากนั้นช่วงบ่ายคณะของนายสมศักดิ์จะเดินทางไปยัง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ร่วมกับนายโกศล คาดพันโน รองนายก อบจ.มหาสารคาม เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาจากกลุ่มประชาชนและเกษตรกรเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นกลุ่มสามมิตรก็จะสรุปประเด็นปัญหานำเสนอต่อรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนำไปหาแนวทางแก้ไขต่อไป

Advertisement

นายภิรมย์ยังกล่าวถึงกรณีอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ระบุว่ากลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์และถ้าอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยคนใดย้ายไปตามแรงดูดเพราะต้องการเงินจะสอบตกแน่นอนนั้นว่า กลุ่มสามมิตรไม่ได้คำนึงถึงว่าใครจะสอบได้สอบตก แต่เราให้ความสำคัญเรื่องของปากท้อง ความมีอยู่มีกินของประชาชนมากกว่า มาถึงวันนี้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์สามารถตอบโจทย์เรื่องดังกล่าวได้เป็นเบื้องต้นแล้ว โอกาสข้างหน้าถ้าสร้างความเข้มแข็งให้กับคนยากคนจนเขาก็จะอยู่ได้ ซึ่งก็จะเป็นดัชนีชี้วัดว่ากลุ่มสามมิตรทำงานแล้วประสบความสำเร็จ
“สามมิตรเคลื่อนไหวเพื่อสะท้อนปัญหาให้ประชาชนได้ประโยชน์และนำไปสู่การแก้ไข นี่คือผลประโยชน์ที่สามมิตรได้รับ มาวันนี้สามมิตรกล้าที่จะแข่งทำความดีกับพรรคเพื่อไทยและคำตอบสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนว่าจะไว้วางใจให้ใครเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎร” นายภิรมย์กล่าว