หน้าแรก การเมือง อ.นิด้า ชี้ ไ...

อ.นิด้า ชี้ ไทยตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ การเมืองอยู่ในมืออภิสิทธิ์ชน นักเลือกตั้ง-นักรัฐประหาร

12.08.18 | 15:46 น.

รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กเรื่อง ปัญหาและทางเลือกที่ยากลำบากของสังคมไทย ระบุว่า

ทำไมประเทศไทยยังมีคนจนนับสิบล้านคน
ทำไมเราจึงยังขจัดความยากจนไม่ได้ ทั้งที่เรามีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์
ทำไมประเทศเรามีคนเพียงไม่กี่ตระกูลที่มีเงินทองและทรัพย์สินนับหลายหมื่นล้านบาท
ทำไมเราจึงยังมีปัญหาการคอรัปชั่นอย่างแพร่หลาย
ทำไมระบบยุติธรรมของเราจึงใช้บังคับอย่างเข้มงวดได้แต่เฉพาะคนจน
ทำไมระบบการศึกษาของเราจึงยังไร้คุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ทำไมคณะรัฐประหารผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการเมือง จึงสร้างระบบใหม่ที่เหมือนกับระบบเก่าราวกับแกะแบบพิมพ์มา
ทำไมผู้บริหารประเทศที่มาจากการเลือกตั้ง จึงไม่ใช้อำนาจทางการเมืองปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่
ทำไมแผนการปฏิรูปประเทศ จึงเป็นเพียงตัวอักษรที่ตายแล้ว และเป็นคำพูดที่ว่างเปล่า

เพราะคนไทยไม่ใส่ใจการเมืองอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง อย่างนั้นหรือ
เพราะคนไทยไม่รู้และไม่ตระหนักว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไม่เป็นธรรม อย่างนั้นหรือ
เพราะคนไทยมีวัฒนธรรมการทำงานแบบรักสบาย ไม่มุ่งมั่นทำงานหนัก อย่างนั้นหรือ
เพราะผู้นำประเทศขาดสติปัญญาในการดำเนินนโยบายและบริหารประเทศ อย่างนั้นหรือ

หรือเป็นเพราะว่า ประเทศไทยมีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนไม่กี่ตระกูลปกครองประเทศ คอยจัดระเบียบสังคม กำหนดวิถีชีวิตของผู้คน และกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่สร้างความมั่งคั่งแต่เฉพาะกลุ่มพวกเขา กันแน่

Advertisement

ประชาชนไทยผ่านประสบการณ์การต่อสู้ทางการเมืองมาหลายครั้ง ทั้งต่อสู้กับเผด็จการทหาร และเผด็จการนักเลือกตั้ง แต่ทำไมผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังการต่อสู้จึงเหมือนเดิม หรือว่าการต่อสู้ของประชาชนยังไม่อาจทลายวงจรอุบาทว์ของอำนาจและจัดระเบียบอำนาจใหม่ในทางสร้างสรรค์ขึ้นมาได้   การต่อสู้ของประชาชนเพียงแต่ทำให้วงจรอำนาจปริแยกชั่วคราวและเพียงไม่นานก็สมานสนิทดุจเดิม เช่นนั้นหรือ

นักเลือกตั้งมีอำนาจก็ทุจริต เล่นพวก และจับมือกับทุนผูกขาด เอาเปรียบประชาชน  นักรัฐประหารมีอำนาจก็ทุจริต เล่นพวก และจับมือกับทุนผูกขาด เอาเปรียบประชาชน

ทางเลือกในการเปลี่ยนแปลงการเมืองของประชาชนมีไม่มากนัก  เลือกการชุมนุม อำนาจก็อยู่ในท้องถนนไม่นานและมีผลเพียงทำให้นักเลือกตั้งหลุดจากอำนาจ แต่ก็ถูกฉวยโอกาสโดยนักรัฐประหาร เลือกไปลงคะแนนเลือกตั้ง อำนาจอยู่ในคูหาเลือกตั้งเพียงสี่วินาที นักเลือกตั้งก็ฉวยโอกาสยึดเอาไป  น่าจะมีอะไรที่ขาดหายไปในการต่อสู้ทางการเมืองของประชาชน

โจทย์ใหญ่สำหรับประชาชนคือ จะสร้างสถาบันและกลไกการเมืองแบบใด และอย่างไรที่จะทำให้อำนาจของประชาชนดำรงอยู่และสามารถใช้ออกอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยไม่ถูกนักเลือกตั้งและนักรัฐประหารฉวยโอกาสยึดไว้หรือทำลายลงไป

จะใช้ทางเลือกในการลงคะแนนเลือกตั้งอย่างไรที่จะไม่ให้ผลลัพธ์ซ้ำรอยเดิม หรือจะใช้ทางเลือกการชุมนุมอย่างไรไม่ให้ได้ผลลัพธ์ซ้ำรอยเดิม

เพราะตราบใดที่ประชาชนยังไม่มีอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริง  ตราบนั้นการผูกขาดทางเศรษฐกิจ การทุจริต  ความไร้คุณภาพการศึกษา  และความอยุติธรรมทั้งหลายก็ยากที่จะขจัดให้หมดไปได้

ในอนาคตไม่ช้าไม่นาน ทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง ระหว่างการเลือกตั้ง และการชุมนุมทางการเมือง คงจะเกิดขึ้น

ได้แต่คาดหวังว่าประชาชนสามารถใช้โอกาสในการแสดงอำนาจผ่านทางเลือกอย่างมีประสิทธิผล  เพื่อทลายวงจรอุบาทว์ของการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนลงไปให้ได้

หาไม่แล้วสังคมไทยจะดิ่งลงไปสู่หลุมดำของวงจรอำนาจจนมิอาจหลุดพ้นออกมาได้อีกยาวนาน