การเคลื่อนไหวของ สนช.ขอแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้มีการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งใหม่ ทำให้เกิดกระแสข่าวว่า จะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีก แทนที่จะเป็นกุมภาพันธ์ 2562 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุไว้ โดยคาดว่าจะยืดไปอีก 9 เดือน ถึงช่วงปลายปี 2562 นอกจากนี้ ยังมี สนช.บางคนกล่าวว่าคงไม่สามารถแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ให้ทันการเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2562 อย่างไรก็ตาม นักการเมืองบางคนชี้ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้พูดว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 9 เดือน แต่เป็นการคาดคะเนของคนในวงการเมือง ฉะนั้น ยังเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามกำหนดเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเอาไว้
ในแง่ของข้อกฎหมาย บทเฉพาะกาล มาตรา 269 (1) (ก) กำหนดว่าการแต่งตั้ง ส.ว. 250 คนโดย คสช. ต้องเสร็จภายใน 15 วัน ก่อนเลือกตั้ง ส.ส. ขณะเดียวกัน มาตรา 268 กำหนดให้จัดการเลือกตั้งส.ส.ภายใน 150 วัน หลังจากกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งบังคับใช้ เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดเช่นนี้ การเลือกตั้งจึงต้องเกิดขึ้นตามกำหนดเดิม ไม่อาจเลื่อนได้ เงื่อนไขสำคัญ คือ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาอย่างช้าสุด 13 กันยายน 2561 แต่มีเงื่อนไขพิเศษ รอบังคับใช้ 90 วัน หลังประกาศในราชกิจจาฯ ซึ่งต่างจากฉบับอื่น จะตกราวกลางเดือนธันวาคม 2561 จากนั้นคือกรอบเวลา 150 วัน หรือ 5 เดือนที่ต้องจัดเลือกตั้ง สอดคล้องกับตัวเลือกที่ คสช.กำหนดวันเลือกตั้งไว้ ระหว่างปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนพฤษภาคม 2562 เช่นเดิม
เมื่อกำหนดการเลือกตั้งเป็นเช่นนี้ หาก สนช.แก้ไขร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ช้าเอง การเลือก ส.ว.แบบแบ่งกลุ่ม และการเลือกตั้ง ส.ส. ตามกรอบ 150 วัน ต้องดำเนินการไป โดยใช้ผู้ตรวจตามบัญชีเดิม ซึ่งกกต.ยืนยันว่าไม่โละทิ้ง เพราะทำตามกฎหมายแล้ว แต่ถ้ารัฐบาลเห็นว่าจะต้องให้ กกต.ใหม่มีส่วนในการเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ก็จะกลายเป็นปัญหาของรัฐบาลและแม่น้ำ 5 สายเอง และเพื่อความชัดเจน นายกรัฐมนตรีน่าจะต้องยืนยันให้ชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามกำหนดเวลาที่กล่าวไว้เป็นสัญญาประชาคมในที่ต่างๆ หลายแห่ง หรือจะต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาอีกครั้ง ซึ่งจะเท่ากับว่าแม่น้ำ 5 สายต้องมาปลดล็อกตัวเอง จากกฎหมายที่ตัวเองร่างเองให้ความเห็นชอบเอง

