‘อธิการบดีมวล.’ ชี้เลือกตั้งใหม่ไม่มีที่ว่างให้นักการเมืองหน้าใหม่โนเนมเหตุยังไม่ปลดล็อกการเมือง

15.08.18 | 15:37 น.

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ห้องประชุมโมคลาน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ศูนย์ความเป็นเลิศการบริหารจัดการเมือง (CLCG) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สถาบันพระปกเกล้า สันนิบาตเทศบาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมจัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ “ระบบการเลือกตั้งแบบใหมี่ภายใต้ รัฐธรรมนูญ 2560″ ทั้งนี้การจัดกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นตาม รธน. โดยมีวิทยาการ อาทิ ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการคณบดีสำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศ.ดร.สมบัติกล่าวว่า แนวคิดการเลือกตั้งระบบใหม่ ไม่แน่ใจว่าใหม่ของไทยหรือใหม่ของโลก เท่าที่รวบรวมการเลือกตั้งระดับโลก มี 7 ระบบ ประกอบด้วย 1.ระบบเสียงข้างมาก เป็นระบบที่ใช้มาดึกดำบรรพ์ ใครได้คะแนนมากก็ชนะการเลือกตั้งไป จุดอ่อนไม่เป็นไปตามระบบ ปชต.เพราะคะแนนที่ได้อาจจะไม่มาก ไม่ถึง 50% ทำให้หลายประเทศเลิกใช้ 2.ระบบเสียงข้างมาก ต้องให้ได้เสียงเกินครึ่งของผู้มาใช้สิทธิ แต่ก็ยังไม่เป็นที่ต้องการตามระบอบ ปชต. จะเห็นจากปรากฏการณ์การเลือกตั้งในฝรั่งเศส โอกาสเลือกรอบเดียวไม่มี และจะต้องจบในรอบสอง ส่วนใหญ่จะใช้เลือกผู้นำประเทศมากกว่าเลือก ส.ส.

3.ระบบเลือกตั้ง Electoral College หรือคณะผู้เลือกตั้ง มีเพียงแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกา สลับซับซ้อนมาก ซึ่งผู้ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Voter) ของรัฐต่างๆ รวมกันอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากจำนวนทั้งหมด ทั้งนี้แต่ละมลรัฐจะมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งไม่เท่ากัน เพราะขึ้นกับจำนวนประชากรของรัฐนั้น ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส.มิได้นำมาใช้ 4.ระบบสัดส่วน หรือ ระบบบัญชีรายชื่อ ใช้มากที่สุดในโลก เพราะไม่มีเสียงตกน้ำหลักการดี เสียงประชาชนไปลงคะแนนนับได้ แต่มีความสลับซับซ้อนมาก แยกเป็น 2 ระดับ คือ ระบบปิด หน.พรรคและ กก.พรรค เลือกเอง และระบบเปิด มีชื่อให้ ปชช.เป็นผู้เลือกมาเอง ดังนั้นการทำงานจึงทำในนามพรรค มีข้ออ่อนประชาชนจะไม่รู้จัก ไทยแบ่งออกเป็น 8 พรรค 5.ระบบสัดส่วนคู่ขนาน ระบบนี้แบ่ง ส.ส. ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ (2540 และ 2550) 6.ระบบสัดส่วนผสม ตัวต้นแบบคือเยอรมนี ไม่ต้องการให้มีรัฐบาลพรรคเดียว ต้องมีรัฐบาลผสม 7.ระบบลำดับความนิยม

“ประเทศไทย มีพรรคใหญ่ 2 พรรค ใครได้คะแนนมากก็เป็นผู้นำประเทศ ส่วนคนนอกจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ จะต้องมีพรรคใหญ่เข้ามาอุดหนุน สนับสนุน หรือ อาจะมีพรรคของตนเอง ผมคิดว่าพื้นที่ทางการเมืองในประเทศไทยมีเจ้าของแล้ว ไม่มีพื้นที่ว่างเปล่า มีเจ้าของ เจ้าที่ เจ้าทางแทบทั้งสิ้น ไม่มีที่ว่างสำหรับนักการเมืองหน้าใหม่ แม้กระทั่งพื้นที่ภาคใต้ ถามว่าคนใหม่จะเข้ามาแทรกได้หรือไม่ ผมว่าไม่มีทาง จิ๊กโก๋โนเนมจะเข้าไปจะต้องมีชื่อเสียง มีคะแนน ใหม่เอี่ยมวันนี้ มีเวลาหาเสียงหรือไม่ วันนี้ยังไม่ปลดล็อก เคลื่อนไหวทางการเมืองก็ไม่ได้ จึงเป็นโอกาสของเจ้าของพื้นที่ แม้ว่านักการเมืองหน้าใหม่จะมีเสียงดี คะแนนดีอย่างไรสู้นักการเมืองเก่าไม่ได้อย่างแน่นอน” ศ.ดร.สมบัติกล่าว

Advertisement