ความพยายามยื้อเลือกตั้งจาก สนช.ด้วยการเสนอแก้กฎหมายลูกว่าด้วย กกต.โละผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คน ท่ามกลางเสียงคัดค้าน ดูแนวโน้มว่าคงไปต่อได้ยาก
แต่จะถอยหรือไม่ ถอยกันแบบไหน หรือจะมีสูตรอื่นมาเล่นใหม่ ต้องรอดูกัน
ที่ยังเดินหน้าอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การเก็บกวาดเครือข่ายทักษิณและพรรคเพื่อไทย
เช่นเดียวกับการดึง ส.ส.เข้าพรรคที่รัฐบาลสนับสนุน ที่เรียกกันว่า “ดูด”
แม้ว่าการใช้กลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวแบบไม่ต้องเกรงใจคำสั่งห้ามชุมนุม 5 คน และผลการดูดในภาพรวมไม่น่าชื่นชมเท่าไหร่นัก
เข้าใจว่าคงลืมๆ กันไปแล้ว ที่เคยพูดกันว่าการเมืองต่อไปนี้เป็นการเมืองที่ผ่านการปฏิรูปที่ “ลงทุน” มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และจะต้องระดมคนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทให้มากที่สุด
แต่เมื่อความจำเป็นเฉพาะหน้า คือการแย่งที่นั่ง ส.ส.จากพรรคหลักให้มากที่สุด เรื่องอื่นๆ ต้องเก็บใส่ลิ้นชักไว้ก่อน
การเมืองไทยจากนี้ไปยังคงมุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ที่ยังไม่รู้ว่าแม่น้ำ 5 สาย จะมี “มุข” อะไรใหม่ๆ ออกมาป่วน สร้างเงื่อนไขยื้อการเลือกตั้งอีกหรือไม่
และสร้างความได้เปรียบจากความไม่แน่ไม่นอนนี้ไปเรื่อยๆ
โอกาสจะเป็นของกลุ่มหรือพรรคการเมืองที่มีเส้นสาย อย่างที่เห็นเป็นข่าวกันอยู่ทุกวัน ส่วนพรรคหรือนักการเมืองนอกเหนือจากนี้ คงต้องระมัดระวังตัว ยังเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้มาก
นอกจากเคลื่อนไหวไม่ได้แล้ว ยังต้องรับมือกับอุปสรรคต่างๆ
ดูตามรูปการณ์แล้ว ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบขนาดนี้ เลือกตั้งเมื่อไหร่น่าจะนอนมาแบบสบายๆ
มีกระแสข่าวในกลุ่มผู้เคลื่อนไหวดึงคนเข้าพรรคใหม่ว่า พรรคนี้น่าจะได้ ส.ส.เกิน 100 ถึง 150
โดยเฉพาะหลังจากมีการเจาะฐานของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน และเหนือทะลุไปหลายแห่งแล้ว
ส่วนพรรค ปชป.ก็โดนแบ่งอดีต ส.ส.ไปเข้าพรรครวมพลังประชาชาติบ้าง ไปพรรคใหม่หรือพลังประชารัฐบ้าง
แต่ในสถานการณ์จริง ยังไม่มีใครกล้าพูดออกมาชัดๆ ว่านอนมาแน่นอนแล้ว เพราะไม่มีใครกล้าเดาใจประชาชนเจ้าของสิทธิว่าจะลงคะแนนกันแบบไหน
แถมยังโดนบลั๊ฟจากอีกฝ่ายว่าจะชนะแบบหิมะถล่มให้ดู
มาถึงวันนี้ ปัญหาของพรรคใหม่คือจะได้ ส.ส.เป็นกอบเป็นกำ เกิน 100 หรือถึง 150 อย่างที่พูดๆ กันหรือไม่
ตัวเลขมีความสำคัญ เพราะต้องใช้เป็นฐานอันชอบธรรมในการสนับสนุนผู้นำ คสช.เป็นนายกฯ ถ้าจัดหนักขนาดนี้ แล้วเกิดได้ ส.ส.แค่ 30-40 คน คงจะยุ่งพิลึก
ยิ่งถ้าพรรคคู่แข่งเข้ามา 100 หรือ 100 ขึ้น ไม่ต้องหิมะถล่มก็ได้
ส.ว.แต่งตั้ง 250 เสียงอาจจะพร้อมเทให้ แต่นายกฯ จะมีเสียง ส.ส.หนุนอยู่กระหย่อมเดียวคงไม่ได้
อีกฝ่ายจะใช้เสียงมาก ลุ้นขอเป็นแทนก็ไม่ได้ เพราะผิดธงที่ตั้งไว้
ดูอาการแล้ว “อยู่ยาก” ด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ

