แม้จะยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มร้อย
ว่าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปในประเทศไทย จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ดังที่สัญญาเอาไว้หรือไม่
เพราะ
1.สัญญาว่าด้วยการเลือกตั้งขยับเลื่อนมาแล้วหลายครั้งก็ดี
หรือ
2.ท่าทีของเหล่าบริวารจำนวนหนึ่ง อาทิ 36 สนช. ที่เข้าชื่อกันจะขอแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่สะท้อนชัดเจนว่าไม่ต้องการให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วนักก็ดี
แต่ในอีกบางมุม เงาลางๆ ของการเลือกตั้งกลับเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเป็นตัวเป็นตนขึ้น
ภาพเงาที่ว่านั้นสะท้อนจาก
1.การเดินสายลงพื้นที่พบปะประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่ถี่ยิบขึ้น
2.การเดินหน้าดูดนักการเมืองด้วยกันอย่างเอาจริงเอาจัง
และไฟเขียวที่ยิ่งนานยิ่งสว่างโร่ของกลุ่มสามมิตร
15 สิงหาคม
พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยสารรถไฟฟ้าเส้นทางสถานีสนามกีฬาแห่งชาติไปยังสถานีบางหว้า เขตภาษีเจริญ
เมื่อคณะของนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงสถานีกรุงธนบุรี มีประชาชนตะโกนให้กำลังใจ “ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่”
ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้ายิ้มแย้ม
ทั้งนี้การขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเดินทางร่วมกับประชาชนทั่วไป ไม่มีการปิดกั้น จึงมีประชาชนทักทายคับคั่ง
นายกรัฐมนตรียังลุกให้ผู้โดยสารคนอื่นนั่งแทนเก้าอี้ตัวเอง รวมทั้งเดินทักทายในขบวนรถ
พร้อมพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ทั้งหมดนี้ไฉนเลยจะเป็นปฏิมาของหัวหน้าคณะรัฐประหาร หรืออดีตผู้นำกองทัพ
นี่คือนักการเมืองชัดๆ
และอดีตที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่า ต้องเป็นนักการเมืองที่เตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้งด้วย
จึง “เป็นกันเองยิ่ง” กับประชาชนเช่นนี้
ตัดฉากไปที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร
นักดูดตัวจริงแห่งกรุงสยาม
14 สิงหาคม
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบข้อถามถึงกรณีกลุ่มสามมิตรยืนยันได้รับอนุญาตจากแม่ทัพภาค 2 ในการเดินสายพบประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน ว่า
กลุ่มสามมิตรเป็นใคร เป็นพรรคการเมืองหรือยัง ที่รู้ เขายังไม่ได้เป็นพรรค
เมื่อถามว่า พรรคการเมืองจะดำเนินการในลักษณะนี้ได้หรือไม่
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าเป็นพรรคการเมือง หรือเป็นสมาชิกอยู่ในพรรคการเมืองไม่สามารถทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรอาจมองได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้จะไม่ใช่พรรคการเมืองก็ตาม
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าไปเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบไหน รัฐบาล และ คสช.ไม่ได้วางกรอบอะไรว่าการเคลื่อนไหวแบบใดเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง
แต่ว่าไปตามกฎหมาย
วันเดียวกัน
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า การเดินสายของกลุ่มสามมิตร สี่มิตร ห้ามิตร ตนไม่รู้ว่าเขาอยู่กลุ่มไหนพรรคไหน
เห็นว่าทุกคนก็พูด พรรคใหม่ ชื่ออะไรใหม่ๆ ก็ลงไปพูดไปเยี่ยมประชาชน เดินสายต่างๆ
อะไรที่พอให้เขามีทางออกบ้างก็ปล่อยเขาพูดไป เรื่องนี้อย่ากังวล คสช.ดูอยู่ เมื่อใดที่มันเกินเลย ก็ต้องดำเนินการ
ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร
ต่อข้อถามว่า ที่ปล่อยให้กลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวในช่วงที่ยังไม่ปลดล็อก ทำให้พรรคต่างๆ มองว่าถูกมัดมือชกนั้น
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนเห็นว่าทุกพรรคก็พูดกันทั้งหมด ในสื่อในโซเชียลก็พูดทุกวัน
ด่ากันไปมา มันไม่พ้นเดิมๆ
ยกประเด็นเรื่องกลุ่มสามมิตรมี “สิทธิประโยชน์ทางการเมือง” แตกต่างไปจากพรรคหรือกลุ่มการเมืองอื่นอย่างไร
เอาเฉพาะกรณีอัตราเร่งของการเคลื่อนไหวออกไป “ดูด” ตามที่นั่นที่นี่
ก็ส่งให้กลิ่นการเลือกตั้งโชยมา
ว่าอยู่ไม่ไกล

