หมายเหตุ – นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ในประเด็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ
– เมื่อเห็นหน้าตาของร่างรัฐธรรมนูญแล้วคิดว่าอะไรคือข้อดี-ข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนจะได้รับ
นิดเดียวเรื่องรัฐธรรมนูญ คือ 1.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมได้ดูเนื้อหาสาระน้อยมาก ได้ดูรายละเอียดน้อยมาก เพราะกว่าที่เขาให้ร่างเรามาดู เวลามันน้อยจนเราไม่มีโอกาสได้ดูเนื้อหาได้ศึกษารายละเอียดในรัฐธรรมนูญอย่างถ่องแท้ทั้งหมด ส่วนตัวผมดูหลักๆ อยู่ไม่กี่เรื่อง โดยเรามองที่มาของรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งที่มาของรัฐธรรมนูญนี้ที่มาของมันไม่มีความชอบธรรม พอขาดหลักตรงนี้นิดเดียวก็เดินต่อยากแล้ว โดยความชอบของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขาดเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้ามาบริหารประเทศจริงๆ แล้วไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญเลย แต่เกิดจากความต้องการที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของการชุมนุมในขณะนั้นซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย แต่ถ้ากลับมาที่การร่างรัฐธรรมนูญถ้าจำเป็นต้องร่างจริงๆ เขาจะต้องยึดโยงประชาชนให้ได้ ต้องสรรหาวิธีการหา กรธ.ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน หรือให้ยึดโยงกับประชาชน เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศก็ต้องยึดโยงประชาชน คนจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องยึดโยงกับประชาชน แต่ตรงนี้ไม่เห็นเลย
2.เราได้เห็นคร่าวๆ ว่าสิ่งที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนคือเรื่องของ ส.ว.ที่เป็นระบบสรรหา จริงๆ แล้วก็มีคนพูดเรื่องระบบสรรหาอยู่ว่าเป็นระบบที่ดีอย่างหนึ่ง แต่การสรรหาเมื่อก่อน ส.ว.ไม่ได้มีอำนาจอะไรมาก เป็นเพียงผู้กลั่นกรองกฎหมาย อันนั้นก็โอเค แต่การพัฒนาการทางการเมืองในวันนี้ถ้าจะสรรหาแบบเมื่อก่อนนั้นไม่ได้ เพราะประเทศไทยได้ก้าวล่วงมาตั้งไกลแล้ว ถ้าเราจะใช้ระบบการสรรหาแบบคล้ายๆ ของเดิมและมีอำนาจคณะบุคคลอันนี้ผมว่าไม่ยึดโยงกับประชาชน แถมวันนี้จะมีคำถามพ่วงรัฐธรรมนูญที่ถามว่าให้ ส.ว.มีอำนาจไปโหวตนายกฯ ได้หรือไม่อีก เท่ากับว่าไปมีอำนาจแทนประชาชนอีกเท่าตัวหนึ่ง เรามองว่าเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่ หรือแม้แต่การเลือกตั้งผู้แทนราษฎร จริงๆ แล้ว
วันนี้เท่ากับจำกัดสิทธิของประชาชน ไปคิดเรื่องของการแบ่งคะแนนทุกคะแนน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูก แต่ทำไมไม่ให้มีการเลือกทั้งพรรคทั้งคนเหมือนเดิม ให้ประชาชนได้มีสิทธิในการตัดสินใจเอง แต่อันนี้ประชาชนไม่อยากเลือกพรรคนี้ แต่อยากเลือกคนคนนี้ก็ทำไม่ได้แล้ว และก็กลับมาที่คนคิดเรื่องการจัดสรรแบบนี้
มีความชอบธรรมไหมที่เข้ามาร่างก็คือไม่มี ส่วนตัวผมคิดว่า แค่เปิดมามันก็ไปต่อไม่ได้แล้ว
– หาก ส.ว.ยังใช้ระบบสรรหา แต่ไม่ให้อำนาจจะรับได้หรือไม่
กระบวนการสรรหา คุณต้องไปเขียนกฎหมายประกอบให้ได้ว่ายึดโยงกับประชาชนอย่างไร ไม่ใช่สรรหาแล้วสุดท้ายก็มาจบอยู่ที่คนไม่กี่คน
– ระบบเลือกตั้งผู้แทนราษฎรแบบใหม่ พรรคขนาดกลางแบบภูมิใจไทยได้เปรียบ
ถ้าเราคิดว่าพรรคขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก ถ้าดูจากเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญก็เหมือนจะได้เปรียบ แต่เราในฐานะที่อยู่ในเส้นทางการเมือง และเป็นประชาชนคนหนึ่ง ถ้าเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นสากล แล้วเราจะไปคิดเรื่องใครได้ประโยชน์ โดยเฉพาะพรรคตัวเองผมว่าคิดไม่ถูก เราต้องคิดถึงอนาคตของประเทศว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องอยู่แบบมีหลัก มีเกณฑ์ มีมาตราฐานสากล เป็นที่ยอมรับได้ของทุกภาคส่วน หรือพูดง่ายๆ คือได้ประโยชน์ทุกคน คือคนไทยทั้งประเทศต้องได้ประโยชน์ทุกคน เราต้องคิดแบบนี้ เพราะแบบนี้จะทำให้ยั่งยืนด้วย
– แปลว่ากลไกประชาธิปไตยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สมบูรณ์
ก็กลับไปที่ที่มาของร่างรัฐธรรมนูญอีก ผมฟังเขาพูดมา เขาว่ามีไหมที่ให้คนไปปล้นบ้านใครสักคนที่มีเงิน แล้วฆ่าเจ้าของบ้านตาย แล้วบอกว่าเงินที่ได้มาจะเอาไปทำบุญ แบบนี้มันได้ไหม ซึ่งวันนี้เรากำลังอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แหละ มันรับกันได้ไหม หรือว่ายอม ถ้ายอม ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในสังคมหมู่มากก็ต้องฟังเสียง ประชามติก็เหมือนกัน ก็ต้องฟังเสียงของประชาชน แต่ส่วนตัวผม ผมมองว่า นับ 1 ยังไม่ได้เลย
– ถ้าประชามติไม่ผ่าน ส่วนตัวคิดว่าควรนำรัฐธรรมนูญฉบับไหนมาใช้
ผมไม่รู้หรอกว่าจะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนมาใช้ แต่เอาเป็นว่าวันนี้รัฐบาลหรือ กรธ.หรือ กกต. หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย สดับรับฟังสิครับว่าปัญหาที่ประชาชนเขาไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญนั้นเพราะอะไร ถ้าตีโจทย์ตรงนี้แตกจะได้หยิบเรื่องที่เป็นอนาคตของประเทศมาได้จริงๆ และที่บอกว่าจะคืนความสุขให้ประชาชนนั้นจะได้คืนให้มันถูกทางเท่านั้นเอง
– มองอย่างไรกับกลไกที่จะเข้ามาควบคุมดูแลในระยะเปลี่ยนผ่านขอ งคสช.
ผมไม่เข้าใจเลยนะว่าจะต้องมีระยะเปลี่ยนผ่านไปทำอะไร วันนี้สิ่งที่เป็นระยะเปลี่ยนผ่านมันได้แก้โจทย์ของการเข้ามาสู่อำนาจได้หรือยัง จะ 2 ปีแล้วแก้ความขัดแย้งได้ไหม ความขัดแย้งที่มีอยู่ในความรู้สึกของประชาชนนั้นมันแก้ได้จริงไหม หรือมันอยู่ในใจ มีตัวชี้วัดตรงไหนที่บอกว่าแก้ได้ หรือแค่ไม่มีการชุมนุมประท้วง หรือยังไง เท่าที่ได้ยินได้ฟังมาคือ 2 ปีที่ผ่านมายังแก้ไม่ได้เลย แล้ววันนี้กลับเอาเรื่องรัฐธรรมนูญมาเป็นอีกสาเหตุหนึ่งในการที่จะเพิ่มความขัดแย้งในประเทศ
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวผม ผมยังมีความคิดว่าประเทศไทยเราเปลี่ยนผ่านมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว การที่เราไปยอมรับสิ่งที่ไม่ชอบเท่ากับเป็นการให้สัตยาบัน เป็นการให้สัตยาบันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบ แล้วจะเป็นการสนับสนุนให้เหตุการณ์แบบนี้เวียนกลับมาเกิดขึ้นอีกไหมในอนาคต เพราะประชาชนคนไทยเรายังยอมรับในสิ่งที่ไม่ชอบได้อยู่เสมอ ทำไมไม่คิดทำให้สิ่งที่มันไม่ชอบ ไม่ชอบอยู่ต่อไป เพื่อไม่ให้คนที่ทำแบบนี้กล้าทำอีก ประเทศไทยเรามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกี่ครั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญถ้าผ่านได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ผ่านแล้วผู้มีอำนาจหยิบอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมาใช้จริงๆ ก็อาจจะเดินได้ แต่ถ้าหยิบอะไรที่ตรงข้ามกับประชาชนมาใช้เลยก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
– ถ้ารัฐธรรมนูญผ่าน ก็มีการเขียนป้องกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ทำให้แก้ยาก ถ้าการเมืองเข้าสู่ระบบแล้วจะเดินอย่างไร
ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า วันหนึ่งทุกอย่างจะต้องปรับเปลี่ยนไป จะต้องมีการหาวิธีของมัน ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านก็แปลว่าประชาชนยอมรับเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญแล้วก็ต้องว่าไปตามนั้น แต่ต้องรอวันหนึ่ง สถานการณ์หนึ่ง ที่สมาชิกทั้ง 2 สภาเห็นพ้องต้องกันว่าต้องมีการแก้ไข
– ถ้าประชาชนรับร่างก็พร้อมที่จะเดินไปตามรัฐธรรมนูญนี้ใช่หรือไม่
เสียงข้างมากเขารับก็ต้องไปตามนั้น เราทำอะไรได้ เขาวางกติกามาก็เล่นได้หมดแหละ ถึงแม้ว่าไม่ชอบ แต่เมื่อเป็นกติกาที่คนส่วนใหญ่ยอมรับแล้ว
– มีคนบอกว่า ถ้าเห็นกติกาแล้วไม่ชอบ ก็ไม่ต้องลงเล่น
อันนั้นเป็นความเห็นของเขา แต่ความเห็นของผมเมื่อกติกามันออกมาเราก็เคารพกติกา หัวใจคือการที่เรามีโอกาสเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน อยู่ตรงนี้มากกว่า แต่ถ้าบอกว่า กติกาไม่ชอบจะไม่เล่นใช่ไหม คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะในที่สุดแล้วเราก็ต้องฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก
– แต่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะทำให้ทำงานให้ประชาชนได้ไม่เต็มที่
ก็ไปหาทางแก้ในอนาคตข้างหน้า เวลาทำงานกระแสสังคมหรืออะไรทั้งหลายจะเป็นตัวกำหนดให้มันไปได้ ผมไม่เชื่อว่าคนจะไปทำอะไรที่ฝืนความต้องการของประชาชน วันหนึ่งใครไปเป็นรัฐบาล ทำงานติดขัดตรงนั้นตรงนี้ สังคมจะมากำหนดให้เดินไปตรงนั้นตรงนี้ จะเดินไม่ได้นั้นไม่มีทาง ผมเชื่อว่าถ้ากติกาออกมาแล้ว แม้แต่เรื่อง ส.ว.สรรหา ถ้าประเทศมันเดินไม่ได้จริงๆ ถามว่าคุณในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ต้องทำให้ประเทศเดินหน้า คุณจะไปฟังอะไรที่มันไม่ใช่ มันได้ไหม ประชาชนเขาดูอยู่ว่าคุณทำหน้าที่ได้ดีหรือไม่ ถ้าคุณมาจากการสรรหาแต่ทำหน้าที่ได้ถูกใจประชาชน ประเทศเจริญรุ่งเรือง พัฒนาไปข้างหน้า ไม่แน่อนาคตของรัฐธรรมนูญอาจปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่เกิดประโยชน์
แต่ตอนนี้ผมยังไม่เข้าใจว่าวันนี้จะมีคำถามเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญทำไมว่าให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตนายกฯ เหมือนจะเอาตรงนี้ไปผสมโรง แล้วจะเอาความชอบธรรมว่าผ่านรัฐธรรมนูญแล้ว เท่ากับคนผ่านเรื่องให้ ส.ว.โหวตนายกฯด้วย แล้วจะมาแก้รัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ สมมุติว่ารัฐธรรมนูญผ่านแล้วไปติดคำถามพ่วงนี้ ทั้งที่ร่างเดิมไม่มี แล้วจะเอาความชอบธรรมที่ประชาชนให้ผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญเอาตรงนี้มาแก้ใส่เข้าไปด้วยหรือไม่ ซึ่งก็เป็นไปได้นะ เพราะผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งคร่ำหวอดทางกฎหมายในรัฐบาลบอกว่าขณะนี้เป็นเพียงร่างอยู่
– ส่วนตัวคิดว่าต้องมีคำถามพ่วงไหม
ผมว่าไม่เห็นจำเป็นต้องมีคำถามพ่วงเลย คุณกำลังทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็ควรถามเรื่องรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียวจะไปถามคำถามพ่วงอื่นๆ อีกทำไม หรือถ้าจะถามก็ถามเรื่องเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐบาลสามารถทำได้เองเฉพาะตัวเพื่อพี่น้องประชาชนเลยดีกว่า

