“เทือก” แจง ปมสร้างโรงพัก396 แห่ง มั่นใจทำทุกอย่างถูกต้อง ก่อนหอบหลักฐาน พบ ป.ป.ช.จันทร์ นี้
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่อาคารทูแปซิฟิค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ไลฟ์สดผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงสร้างแฟลตตำรวจ 163 แห่ง และโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า วันนี้เป็นอีกวันที่เป็นตอนสำคัญตอนที่กล่าวหาว่าตนไปให้ความเห็นชอบรับราคาที่เขาประมูลได้แล้วอนุมัติ ให้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทที่ประมูลราคาได้ต่ำสุดและเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างสถานีตำรวจทั้ง 396 แห่ง แล้วเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ป.ป.ช.กล่าวหาว่า เป็นความผิดของผม ที่ผมอนุมัติไป อนุมัติตามที่สตช.เสนอ แล้วไม่ใช่ว่าเขาเสนออะไรมาแล้ว จะอนุมัติตามเขาหมด แต่เขาเสนอมามี เหตุมีผล มีหลักฐานมีขั้นตอนการปฏิบัติชัดเจน เมื่อผมอนุมัติวิธีการจัดจ้าง ตามที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เสนอ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2552 สตช.เขาก็ไปดำเนินการ ตามวิธีการตามขั้นตอนโดยชอบด้วยระเบียบกฎหมาย เขาแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน หรือ ทีโออาร์ มีคำสั่งวันที่ 7 เมษายน 2553 มีคณะกรรมการมากมาย เขาก็ไปทำงานกัน เป็นขั้นเป็นตอนได้ข้อสรุปซึ่งอ้างเลยว่า สิ่งที่เขาทำเป็นไปตามหนังสือของกระทรวงการคลัง เป็นไปตามระเบียบของสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ ด้วยวิธีการอิเลคทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 เป็นไป ตามหนังสือของกรมบัญชีกลางลงวันที่17ก.พ.2549 และวันที่21ก.ค.2549 คือทำตามขั้นตอน สมัย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พล.ต.อ.ปทีป ก็ทำแบบนี้
นายสุเทพกล่าวต่อว่า พอเขาตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง กำหนดทีโออาร์เสร็จเขาก็ไปประกวดราคา โดยให้เขายื่นซองวันที่ 20 กรกฎาคม แล้วนัดมาทำการเสนอราคาแข่งขันกัน โดยวิธีอีอ๊อคชั่นในวันที่29 กรกฎาคม2553 บริษัทที่ทำหน้าที่คุมเกม คือ บริษัทสวนกุหลาบเซอรารี่ ซิลล์ จำกัด ได้ทำรายงานสรุปผลการประมูลทางอิเลคทรอนิกส์(อีอ๊อคชั่น)ถึง ประธานคณะกรรมการดำเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็คทรอนิกส์ บอกเลยว่าผู้มีสิทธิเข้าประมูล 5ราย ผู้มีสิทธิ์เข้าระบบการประมูล5ราย บอกเลยว่าทั้ง 5รายได้ เคาะราคาแข่งขันกัน มีเอกสารหลักฐานคือเขาเคาะประมูลแข่งขันกันภายในครึ่งชั่วโมง73ครั้ง จากราคาที่เสนอในครั้งแรก 6 พันกว่าล้านในที่สุดผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุดคือ 5 พันกว่าล้าน ต่ำกว่าราคากลาง 540 ล้านบาท ก็เสนอมายัง สตช. แล้ว สตช.โดย พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร ลงวันที่ 11ส.ค.2553 พอประมูลเสร็จ ก็ทำหนังสือผ่าน พล.ต.ท.พงศพัศ ว่า คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการตามระเบียบทุกอย่างแล้ว จึงขอให้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณขอทำความตกลงเรื่องวงเงินงบประมาณก่อสร้าง5,848 ล้านบาทพล.ต.ท.พงศ์พัศ ลงนามแล้ว แล้วมาเจื้อยแจ้วว่าไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เกี่ยวข้อง ตอนลงนามไปเมื่อรู้ว่าเขาทำผิด หรือว่ารู้แล้วก็ทำเฉย หรือว่าไม่เห็นด้วย ทำไมไม่พูดมีหน้าที่อยู่แล้ว เวลามาหาเสียงก็ใส่ผม เต็มที่เลยแถมให้พรรคเพื่อไทยไปฟ้องป.ป.ช.ด้วย
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ปรากฏว่าสตช.ทำหนังสือถืงสำนักงบประมาณวันที่ 11ส.ค.เพื่อขออนุมัติจัดสรรงบประมาณ เมื่อผ่านขั้นตอนมาอย่างนี้ สำนักงบประมาณก็ทำหนังสือตอบมาว่า สำนักงบฯเห็นชอบในวงเงินดังกล่าว ด้านพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.คนใหม่ คนนี้เป็นคนที่ 3แล้ว นับจากพล.ต.อ.พัชรวาท,พล.ต.อ.ปทีป และ มา พล.ต.อ.วิเชียร เขาก็ทำหนังสือถึงผมเลยเมื่อวันที่1ต.ค.2553 ขอรับความเห็นชอบราคา ขออนุมัติ จ้างก่อสร้าง บรรยายมาเสร็จ เรื่องเดิมเป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร เขียนไว้เลยว่า หากหัวหน้าหน่วยงานเห็นชอบให้แจ้งคณะกรรมการพิจารณาภายใน3วัน หากไม่เห็นชอบให้แจ้งเหตุผลชี้แจงให้กรรมการทราบภายใน 3 วันเช่นกันและถ้าเห็นชอบก็ให้ขออนุมติจัดจ้าง
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็อ้างระเบียบสำนักนายกฯว่าผมมีอำนาจให้ความเห็นชอบในราคาที่เขาประมูลได้ และอนุญาตให้จัดจ้างได้ก็เลยเสนอมามีข้อพิจารณาว่า สตช.พิจารณาแล้วเห็นว่าคณะกรรมการประกวดราคาได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ ด้วยวิธีการอิเลคทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 และระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว ผลการประกวดราคาปรากฎว่าบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 5,848ล้านบาทไม่เกินราคากลางของทางราชการ และวงเงินงบประมาณที่จะจัดจ้าง สำนักงบประมาณ ได้ให้ความเห็นชอบวงเงินค่าก่อสร้างสร้างสถานีตำรวจแล้ว 5,848ล้านบาท จึงเห็นควรให้ดำเนินการดังนี้ 1.ให้ความเห็นชอบราคาค่าก่อสร้าง 2.อนุมัติจ้าง บริษัทพีซีซีฯ ผมก็เห็นของตามที่เสนอ ไม่มีอะไรผิดเลย ประชาชนก็เห็นดูหลักฐานได้เลย
“ผมส่งเป็นหลักฐานเย็บเป็นเล่มมีครบเลย ถ้าอนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.ไม่มีอคติ มีความเป็นธรรม ดูเอกสาร ดูหลักฐานเหล่านี้ เรื่องนี้ยุติไปแล้ว แต่วันนี้ยังไม่ยุติเพราะผมจึงจำเป็นต้องออกมาเปิดเผย ผมจะเปิดรายละเอียดต่อไปอีก ว่าในข้อกล่าวหาหลักที่เขากล่าวหานี้ยังมีข้อกล่าวอ้างย่อยๆอีก 9 ข้อ ผมก็จะทยอยนำมาบอกประชาชนเปิดเผยกันเลย ตรงไปตรงมาแล้วให้ประชาชนตัดสิน และผมกำลังมีความคิดพูดกับพี่น้องประชาชน มา3วัน ผมคิดว่าผมพิมพ์หนังสือ เล่มที่ชี้แจงต่อป.ป.ช.แล้วนั่งเปิดอ่านแล้วถ้าใครยังเถียงอีกก็จะได้เอาไปยันกัน ผมคิดว่าผมจะพิมพ์หนังสือแล้วจำหน่ายแล้วเอาเงินบริจาคให้ พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคการเมืองของประชาชน ผมตั้งใจทำอย่างนี้” นายสุเทพ กล่าว และว่า และวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม นี้จะไปชี้แจงต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ และจะกลับมารายงานต่อประชาชนว่า เมื่อชี้แจงแล้วเขาฟังเหตุฟังผลไหม หรือเขามีหลักฐานที่พิเศษที่ผมไม่เคยทราบไม่เคยเห็นมาก่อนก็จะนำมาบอกประชานอย่างตรงไปตรงมา

