‘ชวน’ ซัดช่วงนี้ ศก.ใต้ทรุดหนัก-ผู้รับเหมาทิ้งงาน แนะดึงท่องเที่ยวช่วย

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดโรงแรมอีโค่อิน นครศรีธรรมราช โดยมีนายสัมพันธ์ ทองสมัคร และแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยานเป็นจำนวนมาก

นายชวนกล่าวว่า โรงแรมแห่งนี้เป็นแห่งที่ 5 รู้สึกชื่นชมกับผู้บริหารแนวโน้มจะเปิดอีก 2-3 แห่ง ธุรกิจโรงแรมถือว่าอยู่คู่กับการท่องเที่ยว รายได้ท่องเที่ยวเป็นรายหลักของประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ในเวลานี้ถือว่าอยู่ในช่วงเศรษฐกิจทรุดที่สุด ครั้งหนึ่งภาคใต้เคยเป็นภาคที่มีความมั่งคั่งมากที่สุด แต่ในวันนี้กลายเป็นภาคที่ทรุดมากที่สุด กลายเป็นว่าคนที่ไม่ดูข้อมูลลึกๆ จะไม่รู้ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวกลายเป็นรายได้นำเข้าประเทศและเป็นรายได้หลักในขณะนี้ อันดับหนึ่งคือ กทม. และอันดับ 2 คือภูเก็ต มีรายได้เข้าปีละ 3 แสนกว่าล้าน ถัดมาคือพัทยา เชียงใหม่ และกระบี่

“ภาคใต้เป็นแหล่งที่ทำรายได้สูงสุด เกินกว่า 1 ใน 3 ของรายได้การท่องเที่ยวในประเทศ รายได้ภาษีศุลกากร ส่งออก นำเข้า อันดับ 1 คือ กทม. อันดับ 2 สงขลา ตัวเลขภาษีเหล่านี้จะชี้ให้เห็นว่า ภาคใต้เป็นแหล่งทำเงิน แต่ด้วยผลจากภาวะเศรษฐกิจจึงทำให้เข้าใจกันว่าเกิดจากสภาวะพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ แต่ในความจริงตกต่ำทุกภาค โดยเฉพาะยางพารากระทบมากที่สุด รองลงมาคือปาล์มน้ำมัน ข้าวก็กระทบ ทุกตัวของภาคเกษตรกระทบหมด ความพยายามที่จะแก้ปัญหามี แต่ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้

“ผมจำได้ มีรัฐบาลหนึ่งประกาศขึ้นราคา กก.ละ 80 บาท วันนี้ผมไปเยี่ยมพี่น้องชาวสวนยางที่สตูล ชาวสวนมาบอกผมว่า ยางที่นี่มีราคา 80 บาท ผมเองตกใจว่าที่นี่ขึ้นสูงได้อย่างไร สุดท้ายได้รับคำตอบ 2 กก.ราคา 80 บาท นี่คือการประชด ซึ่งผมมองว่าน่าเห็นใจทุกฝ่าย” นายชวนกล่าว

นายชวนกล่าวต่อว่า ฝ่ายแก้ปัญหาก็ทำไม่ได้ง่ายๆ จะใช้ ม.44 ไปแก้ปัญหาไปบังคบให้ยางขึ้น กก.ละ 80 บาท ต้องยอมรับว่าอนาคตชาวสวนยางไม่ค่อยแจ่มใสนัก เอาพืชอีกหลายชนิดมาทดแทนการปลูกยางก็ทำไม่ได้ แม้ยาง ก.ก.10 บาทก็ต้องอยู่ เพียงแต่ว่าจะอยู่อย่างไร หรือพัฒนาอะไรให้สูงๆ ขึ้น ผมได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีถึงความเดือดร้อน ปรากฏว่า ในปี 2558 รายได้ภาคใต้ตกลงมาก และในปี 2560 ตกลงมากกว่าเดิมอีก จังหวัดที่ขยับเล็กน้อยคือระนอง แต่จังหวัดที่แปลกคือชุมพร ก่อนนี้มีรายได้ต่ำกว่าจังหวัดอื่น แต่วันนี้มีรายได้แซงจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากชุมพรปลูกพืชเศรษฐกิจหลายตัว จึงมีพืชทางเลือกหลายตัว อาทิ กาแฟ ก่อนนี้เคยทิ้งเกลื่อนริมถนน มาถึงปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ และที่พิเศษ เมื่อทุเรียนมีราคาดีส่งออกไปประเทศจีน ชุมพรก็เป็นแหล่งที่ปลูกทุเรียนมาก เลยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งฝ่ายบ้านเมืองควรที่จะรู้ข้อมูลทางด้านการเกษตร ผมเองก็เตรียมข้อมูลไปไว้รายงานให้ รมว.เกษตรได้รับทราบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว

“ภาคใต้ก็พออยู่ได้ ภูเก็ต กระบี่ และสงขลา ส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ เนื่องจากนโยบายเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2544 เกือบ 20 ปี กับความผิดพลาดจนมาถึงวันนี้ ก็ยังมีการตายเกิดขึ้นเป็นระยะๆ นั่นมาจากเหตุความไม่สงบ ทำให้พื้นที่ภาคใต้ขาดรายได้ และนักท่องเที่ยวที่ทำรายได้มากที่สุดคือมาเลเซีย จีนก็เพิ่งมาเที่ยวเพิ่มไม่นาน เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งของโลก และไม่มีโรงแรมไหนราคาถูกเท่าโรงแรมในประเทศไทยอีกแล้ว นี่คือจุดขายที่ช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว มั่นใจว่าโรงแรมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทำให้เกิดการขยายตัวสูงขึ้น

“นอกจากนี้ การท่องเที่ยวจะช่วยให้ชาวนครศรีธรรมราชได้มีงานทำมากขึ้น นครศรีธรรมราชคือจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เราให้การสนับสนุนเมื่อตอนตั้งคณะแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ พวกเราช่วยกัน ทุกคนบอกว่าวลัยลักษณ์ของบเท่าไหร่ ให้จัดให้เท่านั้น ขอกี่ร้อย กี่หมื่นพันกี่ล้านให้หมด ก็ให้จริงๆ มหาวิทยาลัยก็ทำเสียเอง ประมูลก่อสร้างก็มีปัญหา ทะเลาะกันระหว่างผู้ประมูลจึงมีปัญหา ช้าไปกว่าที่ควรจะเป็น เราบอกว่าหาก รพ.ม.วลัยลักษณ์เสร็จเร็วเท่าไหร่ก็จะช่วยหมอ ช่วยชาวบ้านได้ ลำพัง รพ.มอ.รับคนเจ็บที่ถูกยิงมาก็เหนื่อยเต็มที หวังว่า รพ.ม.วลัยลักษณ์จะมาช่วยผู้เจ็บป่วย 7 จังหวัดตอนบน ท้ายที่สุดก็เกิดปัญหาระหว่างผู้รับเหมา ผู้ประมูล และเจ้าหน้าที่ ซึ่งขัดแย้งด้วยเหตุผลหลายอย่าง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เสียหายในหลายจังหวัด” นายชวนกล่าว

อดีตนายกฯกล่าวต่อว่า เรื่องผู้รับเหมาทิ้งงานลามไปทุกจังหวัด เช่น จังหวัดตรัง ผู้รับเหมาทิ้งงานทุกโครงการ น่าอดสูใจเรื่องโรงพยาบาลได้งบมาพร้อมๆ กัน ที่อื่นสร้างแล้วเสร็จ และวิทยาลัยพยาบาลสร้างตึกใหญ่ที่สุด สธ.ให้งบมาอยู่ที่ตรัง สร้างได้ 7-8 ชั้น ผู้รับเหมาทิ้งงาน ผมขอให้ ว.พยาบาลบันทึกชื่อบริษัทไว้ด้วย ปรากฏว่าเปลี่ยนชื่อบริษัท ชื่อเจ้าของ แต่นามสกุลยังไม่เปลี่ยน ต้องประณามว่าคนชื่อนี้ ตระกูลนี้ทำให้เราเสียชื่อเสียง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อียู’ จบโครงการอุ้มกรีซอย่างเป็นทางการหลังเศรษฐกิจ ‘กรีซ’ เริ่มพ้นวิกฤต
บทความถัดไปอย่าเชื่อ! สถิติ ‘ฆ่าตัวตาย’ คนไทยสูง 16 คนต่อแสนประชากรไม่จริง!