‘ประสิทธิ์ชัย’ร่อนจม.ถึงผู้บริหารม.วลัยลักษณ์ จวกให้ทหารฝึกวินัย ชี้นศ.ไม่ใช่เครื่องจักร

19.08.18 | 19:05 น.

วันนี้ (19 ส.ค.) นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน-นักเคลื่อนไหวด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ในฐานะอดีตนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ส่งจดหมาย เปิดผนึกถึง ผู้บริหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรณีการสั่งให้มีกิจกรรมฝึกวินัย จากทหาร มีรายละเอียดระบุว่า

เป็นครั้งแรกที่ผมตั้งใจใช้เฟสบุ๊คตัวเองเขียนถึงมหาวิทยาลัย เพราะว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยป่าวประกาศบางอย่างออกไปเกี่ยวกับศิษย์เก่าบนพื้นที่สาธารณะที่มีคนรับรู้กันอย่างกว้างขวาง

ผมเพิ่งส่งจดหมายลาออกจากนายกสมาคมศิษย์เก่าไปไม่ถึงเดือน และหวังว่าจะไม่ต้องเกี่ยวข้องอันใดอีก

ที่มาของเรื่องนี้เกิดจากการวิพากษ์กระบวนการต่อเนื่องจากการรับน้องในมหาวิทยาลัยซึ่งมีกิจกรรมหนึ่งที่นำเอาทหารมาทำกิจกรรมในเชิงการฝึกวินัย ผมทราบมาว่าที่ทหารมาฝึกนั้นก็เป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวาระนี้ (ตามรูปประกอบ)

ในโลกโซเชี่ยลได้เกิดการวิพากษ์เรื่องนี้กันพอสมควรว่านำทหารมาฝึกวินัยนักศึกษาใหม่นั้นถูกต้องหรือไม่ เมื่อเกิดกระแสวิพากษ์ก็มีศิษย์เก่ามาแสดงความเห็นทั้งเชิงการตั้งคำถามและการแสดงความไม่เห็นด้วย ผมเองเฝ้าดูและคร้านจะสนใจ

Advertisement

แต่เมื่อเช้านี้มีคนส่งข่าวมาว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยตอบโต้ศิษย์เก่าด้วยการพูดในงานหนึ่งซึ่งมีคนรับรู้จำนวนมาก บางคนบอกผมว่างานนี้มีการ live สด นั่นหมายถึงว่ามีการรับรู้กันเป็นจำนวนมากด้วยคำพูดของผู้บริหารมหาวิทยาลัยว่า

‘ศิษย์เก่าเลวๆ ทำตัวเลวๆ ให้ร้ายมหาวิทยาลัย’

ประเด็นคือการแสดงความเห็นนั้นเป็นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยที่พึงกระทำได้ แต่ในสังคมเผด็จการนั้นจะกระทำมิได้ หรือว่ามหาวิทยาลัยที่ผมจบมานั้นกำลังเข้าสู่เผด็จการ เลียนแบบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (ซึ่งกำลังจะหมดสภาพ)

คำพูดของผู้บริหารนั้นสะท้อนวิธีคิดในการที่จะสร้างและนำพามหาวิทยาลัยไปสู่การฟูมฟักนักศึกษาเพื่อให้พลเมืองในอนาคตเติบโตตอบสนองต่อสังคม การเติบโตทางวัตถุและอาคารสถานที่จะมีประโยชน์อะไรหากว่าไม่นำไปสู่การเติบโตทางปัญญาของนักศึกษา เพราะการเติบโตทางทักษะวิชาชีพอย่างเดียวนั้น มันนำสังคมเราไปสู่อะไร จากการมีมหาวิทยาลัยในประเทศนี้มากี่ปีแล้ว

ผมหวังว่าผู้บริหารจะมีสติกันมากกว่านี้ ฉลาดพอในการรับมือกับสถานการณ์ ปริญญาเอกและตำแหน่งทางวิชาการไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันอันใดว่าพวกคุณจะฉลาดพอในการทำหน้าที่สร้างพลเมืองของประเทศ การมีสติรู้จักรับฟังเข้าใจความหลากหลายต่างหากที่จะทำให้เป้าหมายการผลิตคนบรรลุผลที่ท่องจำกันมานานว่า ‘คนดีและคนเก่ง’

ผมเชื่อว่าจะมีคนปริ้นข้อความนี้ไปให้ผู้บริหารอ่าน และผมก็นึกหน้าคน3- 4คนนั้นออกว่าทำหน้าที่ ยุยง ตลอดมา มหาวิทยาลัยจะไปไม่รอดกับพวก 3-4 …นี้แหละ

มหาวิทยาลัยนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อทำให้คนฉลาดในการนำพาประเทศ ไม่ใช่สอนให้คนเป็นเครื่องจักรทางวิชาชีพ

ทำตามผู้นำ ชาติเจริญ- แนวคิดนี้สมควรตายไปได้แล้วครับ

ภูมิสถาปัตย์ที่สวยงามขึ้นของมหาวิทยาลัย ควรต้องควบคู่กับการสวยงามแห่งสติปัญญา ของนักศึกษาด้วย อย่าเห็นพวกเขาเป็นวัตถุดิบที่พอป้อนเข้าสู่เครื่องจักรแล้ว มันจะสำเร็จรูปอย่างที่ผู้บริหารต้องการ

หวังว่าผู้บริหารทั้งหลายจะเติบโตกันมากกว่านี้