เสียงสะท้อนโรดแมป ‘กกต.’ เดินหน้าเลือกตั้งกุมภาฯ62

20.08.18 | 12:09 น.

หมายเหตุ ความเห็นจากฝ่ายต่างๆ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ กำหนดโรดแมปการประกาศผลการสรรหา ส.ว.จะมีขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2562 จากนั้นจะมีเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562


 

วิชิต ปลั่งศรีสกุล
อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ คณะทำงานด้านกฎหมาย
พรรคเพื่อไทย

ขอชมเชยการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ที่มีความกล้าหาญประกาศกำหนดวันขอพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทำให้ประชาชนทั่วประเทศมีความมั่นใจและเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปน่าจะเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม จากการแสดงวิสัยทัศน์ของประธาน กกต.และ กกต.ชุดใหม่ ทำให้มีความหวังว่า กกต.ชุดนี้จะมีความเป็นกลาง สามารถสร้างความเชื่อถือเชื่อมั่นให้กับองค์กรสร้างความเข้มแข็งเพื่อทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย สำหรับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคจะติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดว่าจะสร้างความสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้งทุกระดับ สร้างองค์กรของ กกต.ให้เข้มแข็ง สร้างนักการเมืองที่มีคุณภาพและประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพได้จริงหรือไม่

Advertisement

วีระศักดิ์ เครือเทพ
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กกต.ชุดใหม่ออกประกาศวันเลือกตั้ง ส.ส.เพื่อต้องการคลายความกดดันทางการเมือง และทำให้สังคมมองว่า กกต.ชุดนี้มีความตั้งใจเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามที่ประกาศไว้ เนื่องจาก กกต.ไม่ได้เป็นองค์กรสุดท้ายที่จะตัดสินใจโดยลำพัง ยังมีปัจจัยจากการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จะดำเนินการเสร็จสิ้นในเวลาที่กำหนด
หรือไม่ นอกจากนั้นตัวแปรสำคัญขึ้นอยู่กับ คสช.จะเห็นด้วยหรือไม่ เนื่องจากช่วงใกล้เลือกตั้งอาจมีปัญหาจากข้ออ้างของความไม่สงบเรียบร้อย ภายหลังมีการปลดล็อกทางการเมืองหรือมีข้ออ้างจากปัญหาอื่น

 

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม กกต.ชุดใหม่ ออกมาประกาศวันในการเลือกตั้งไว้ ทุกคนจะได้ทราบถึงช่วงเวลา เพราะเป็นการกำหนดห้วงระยะเวลาให้สอดคล้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยประกาศไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งช่วงกุมภาพันธ์ 2562 น่าจะเป็นไปตามดำริของท่านนายกฯ

การกำหนดวันเวลาการเลือกตั้งจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายได้เตรียมตัวรองรับโหมดการเลือกตั้ง จะเป็นผลดีกับพรรคการเมือง นักการเมืองจะได้เตรียมตัว จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติที่ผู้นำไทยเคยประกาศไว้ว่าจะมีการเลือกตั้ง

มีความเหมาะสมจะเลือกตั้งในช่วงนั้น เพราะสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และคงทำให้เป็นอย่างอื่นยาก เว้นแต่จะมีปาฏิหาริย์ทางกฎหมายอย่างมาตรา 44 อยู่ ส่วนจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ สิ่งนี้แหละจะเป็นปัญหาอย่างมาก และขึ้นอยู่กับนายกฯคนเดียวว่าต้องการให้การเลือกตั้งมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรือเปล่า ตามที่ กกต.กำหนดคร่าวๆ ไว้ แต่เราอย่าลืมไปว่าท่านนายกฯยังมีมาตรา 44 อยู่ในมือ สามารถทำอะไรก็ได้

 


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายทั้ง 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะต้องรอให้มีผลบังคับใช้ 90 วัน หลังจากนั้นอีกไม่เกิน 150 วัน ทราบเพียงเท่านี้ ดังนั้นต้องขึ้นอยู่ว่ากฎหมายจะบังคับใช้เมื่อใด และเมื่อบังคับใช้แล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าทาง กกต.ชุดใหม่ มีนโยบายที่จะกำหนดความชัดเจนในการเลือกตั้งวันใดอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าการที่ กกต.กำหนดวันขึ้นมานี้ เป็นการคำนวณตามเวลาที่ระบุไว้ แต่เวลาที่กำหนดไว้ก็สามารถยืดหยุ่นได้เสมอ จึงเป็นเพียงการวางกำหนดการไว้เพียงคร่าวๆ เท่านั้น สิ่งที่สำคัญคืพรรคการเมืองต้องสามารถดำเนินการตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 คือเรื่องการตั้งสาขา การมีสมาชิก การประชุมใหญ่ของพรรค การแก้ข้อบังคับพรรค เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน หลังจากนั้นทุกพรรคก็สามารถลงแข่งขันในการเลือกตั้งได้

ส่วนเรื่องการแบ่งเขตการเลือกตั้งนั้น ผมคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทำให้เร็วที่สุด เพราะว่าจะเป็นตัวบอกว่าการทำไพรมารีโหวตทำอย่างไร

 


สุรทิน พิจารณ์
หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่

ขอเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขอให้ กกต.รับฟังความเห็นของทุกพรรคการเมืองที่ผ่านการจดทะเบียนแล้ว ภายหลังหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ กกต.ควรเชิญทุกพรรคมาพบปะพูดคุยเพื่อเข้าใจถึงปัญหาอุปสรรคและความต้องการของพรรคการเมือง เพราะหากดำเนินการเรื่องต่างๆ อย่างไม่เข้าใจ ปัญหาก็จะมีตามมาได้ 2.ยกเลิกการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรก เพราะเห็นว่าพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็กไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ทันกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เนื่องจากเวลานี้พรรคการเมืองยังไม่สามารถหาสมาชิกพรรคเพิ่มได้ ดังนั้นควรยกเลิกไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรกไปก่อนแล้วค่อยจัดทำในครั้งต่อไป

3.กกต.ต้องหารือกับทุกพรรคการเมืองในการแบ่งเขตการเลือกตั้ง โดยต้องมาพิจารณาร่วมกันอย่างละเอียด ไม่ควรใช้เขตเลือกตั้งเดิม เพราะจะมีการได้เปรียบและเสียเปรียบกัน อย่างไรก็ตาม กกต.ไม่จำเป็นต้องหารือกับกลุ่มการเมือง เช่น กลุ่มสามมิตร เป็นต้น เพราะจะทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปอีก 4.พรรคประชาธิปไตยใหม่สนับสนุนปฏิทินการเลือกตั้งของ กกต.ที่คาดว่าจะสามารถประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งได้ในวันที่ 4 มกราคม 2562 แล้วจัดการเลือกตั้งได้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ขอให้ กกต.ยึดมั่นในปฏิทินนี้ เพื่อที่จะได้เดินหน้าสู่การเลือกตั้งเสียที

 

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย
อ.ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ความเป็นไปได้ของโรดแมปเลือกตั้งหลัง กกต.ประกาศว่าเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 มีความเป็นไปได้เพิ่มมากขึ้นมากกว่า ก่อนหน้านี้เราไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรมเลยนอกจากโรดแมปถูกปรับเปลี่ยนมาถึง 4-5 ครั้งแล้ว ก็เลยทำให้ความเชื่อมั่นในสังคมมันลดน้อยถอยลงไปกับเรื่องของกำหนดการในการเลือกตั้ง

แต่พอ กกต.ชุดใหม่เข้ามาแล้วก็มีการประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ จะมีวันที่ออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งทั่วไปวันไหน อย่างน้อยก็สร้างความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่าผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดตรงนี้อย่างแท้จริงคือ คสช. กกต.เองก็มีการพูดถึงเรื่องกำหนดการการเลือกตั้งการเตรียมพร้อมต่างๆ นานาหลายครั้งหลายวาระแล้ว แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายทุกอย่างต้องได้รับไฟเขียวจาก คสช.

แม้วันนี้จะบอกว่า กกต.ได้มีการหารือ คสช.ในระดับหนึ่ง แต่ว่าเราก็ยังไม่เห็นความชัดเจนสักเท่าไหร่นัก อย่างไรก็เป็นทิศทางที่ดีแล้วก็เป็นสัญญาณที่ดีที่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้จาก กกต.ชุดใหม่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง
เข้ามา

ส่วนในประเด็นจะเตรียมการเลือกตั้งทันหรือไม่นั้น ถ้าเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ในการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก็มีโอกาสทัน ก็เป็นไปได้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดหลังการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเป็นเช่นนั้นก็น่าจะมีโอกาส แต่ถ้าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องเกิดก่อนคงเป็นงานหนักเหมือนกันสำหรับ กกต.ต้องเตรียมการ เพราะตอนนี้กฎหมายท้องถิ่นยังอยู่ใน สนช. ถ้ามีการประกาศให้มีเลือกตั้งปลายปีนั่นหมายความว่าประมาณช่วงมกราคม 2562 ก็ต้องมีการรับรองเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เรียบร้อย แต่ถ้าการเลือกต้องท้องถิ่นขยับออกไปเป็นหลังการเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะแบ่งเบาภาระของ กกต.ลงไปได้เยอะ และมีโอกาสที่จะทำให้การเลือกตั้ง ส.ส.นั้นเกิดขึ้นได้ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ช่วงเวลานี้ กกต.ทำอะไรได้ก็ต้องรีบทำ เช่น เรื่องของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งยึดการประกาศในเดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมาก็ใช้ได้อยู่แล้วเพราะถ้าเลื่อนเป็นกุมภาพันธ์ก็ต้องยึดของปีนี้ไปก่อน แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การแบ่งเขต เลือกจำนวนของผู้ต้องไปเลือกตั้ง ชัดเจนอยู่แล้ว เรื่องนี้สามารถทำได้ก็ควรทำคู่ขนานไปเลย มีโอกาส แต่ว่าก็เป็นงานที่ กกต.ต้องทำให้ได้ตามไทม์ไลน์ คือไม่สามารถหลุดไปจากไทม์ไลน์ได้เลย คือถ้าหลุดไปจากไทม์ไลน์อาจจะทำให้การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นไปโดยความราบรื่น แล้วก็จะมีปัญหาอุปสรรคในเชิงเทคนิคเกิดขึ้นได้

การเลือกตั้งจริงๆ ถ้าเรานับย้อนไปถึงครั้งที่ได้รับการรับรองครั้งสุดท้ายก็คือวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ส่วนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้นก็เป็นการเลือกตั้งที่มีปัญหา ดังนั้นถ้านับตั้งแต่การเลือกตั้งที่สมบูรณ์ก็เป็นเวลาถึง 7-8 ปีมาแล้ว แม้กระทั่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์เพราะว่ามีปัญหาเกิดขึ้นตรงนี้ผมคิดว่า กกต.เปลี่ยนมา 2 ชุดแล้วภายใต้สภาวการณ์แบบนี้ และเมื่อ กกต.เปลี่ยนหลายชุด มาชุดใหม่ก็ต้องถอดบทเรียนจากครั้งก่อนๆ ว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไร และต้องให้ความระมัดระวังกับประเด็นปัญหาเหล่านั้น โดยเฉพาะในครั้งนี้มีการเปลี่ยนที่สำคัญก็คือการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งไปสู่ระบบจัดสรรปันส่วนผสม รวมถึงมีผู้ตรวจการเลือกตั้งเกิดขึ้น ตรงนี้ก็เป็นงานใหม่ กกต.เข้ามาก็ต้องศึกษาให้ดี พร้อมกับให้ความรู้ เทคนิคต่างๆ กับผู้ตรวจการเลือกตั้ง หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร จะมีการรับรองชุดเดิมไหม หรือว่าจะมีบางท่านถูกท้วงติงแล้วก็ต้องสรรหาใหม่ไหม เพราะอยู่ในช่วงประกาศให้ท้วงติงอยู่ ดังนั้นตรงนี้ก็เป็นงานสำคัญเลย กกต.ก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย

สำหรับเรื่องความเชื่อมั่นที่มีต่อ กกต.ชุดใหม่นั้นต้องวางใจให้เป็นกลางก่อน แม้ว่า กกต.ชุดนี้อาจจะมีปัญหา ถูกวิจารณ์ว่าไม่ได้มาจากรัฐสภา แต่มาจากการแต่งตั้งของ สนช. คสช.ก็เป็นผู้แต่งตั้งอีกทีหนึ่ง ต้องให้โอกาสเขาทำงานก่อนว่าเขาจะสามารถทำงานออกมาแล้วได้ดีแค่ไหนเพียงใด แต่ต้องไม่ลืมหลักการที่สำคัญเลยว่าที่มาของ กกต.นั้นต้องการที่จะให้ยึดโยงหรือเชื่อมโยงกับประชาชนแล้วก็ทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม