เดินหน้าชน : ตั้งรัฐบาล‘วิน-วิน’

23.08.18 | 13:30 น.

ช่วงที่่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เปิดตัวเป็นแกนนำจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ถามไถ่กันให้วุ่นถึงสาเหตุที่ “สุเทพ” ยอมกลืนน้ำลาย หลังเคยประกาศวางมือทางการเมือง

ผ่านไประยะหนึ่ง เสียงวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โดยให้น้ำหนักไปที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ “พรรคสุเทพ” จะเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลผสม

เป้าหมายคือ ดัน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง

โดยขณะนี้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันหมดว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกสมัยหน้าจะเป็นรัฐบาลผสมแน่นอน เพราะจะไม่มีพรรคการเมืองใดชนะการเลือกตั้งแบบขาดลอยอีก

เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ได้กำหนดกติกาใหม่

Advertisement

เป็นกลไกสกัดพรรคเพื่อไทย ไม่ให้ผูกขาดชนะการเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แม้จะถูกสกัด และการเลือกตั้งภายใต้กติกาใหม่ที่เข้มข้น แต่ก็ยังประเมินกันว่า พรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 เหมือนเดิม

พรรคอันดับ 2 จะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนเดิมเช่นกัน

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศสนับสนุน “บิ๊กตู่” น่าจะเข้าวินเป็นอันดับที่ 3

แม้ “กลุ่มสามมิตร” จะเป็นหัวหอกของพรรคพลังประชารัฐ และเดินหน้าแบบเต็มสูบ ก็ยากที่จะได้ ส.ส. ชนะพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์

หากผลเลือกตั้งออกมาตรงตามนี้ คือ อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 3 พรรคพลังประชารัฐ

จะทำให้เส้นทางก้าวขึ้นเป็นนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งของ “บิ๊กตู่” จะมีปัญหาเรื่่องความไม่สง่างาม

เพราะโดยธรรมเนียม มารยาท และการเคารพเสียงของประชาชน ต้องเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยที่ชนะเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน ซึ่งค่อนข้างแน่นอนว่า ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

จึงเป็นโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคอันดับ 2 ที่จะได้จัดตั้งรัฐบาล

แม้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็ยังไม่ถึงคิวของ “บิ๊กตู่” ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ

เนื่องจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไว้ชัดเจนแล้วว่า ส.ส.ของพรรค ต้องหนุนหัวหน้าพรรคเท่านั้น ใครจะหนุน “บิ๊กตู่” ให้ไปอยู่พรรคอื่น

ด้วยเหตุนี้ “สุเทพ” จึงต้องตระบัดสัตย์ มาเป็นแกนนำก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อสร้างภาพลักษณ์
“บิ๊กตู่” ให้สง่างามในการขึ้นเป็นนายกฯ

โดย “พรรคสุเทพ” ที่มีฐานเสียงเดียวกับประชาธิปัตย์ ย่อมต้องเฉือนแบ่ง ส.ส. ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาธิปัตย์ได้จำนวนหนึ่ง

ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และหวังว่า จะแพ้พรรคพลังประชารัฐ

ซึ่งหมายถึง พรรคพลังประชารัฐจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นอันดับ 2 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะตกไปอยู่ที่อันดับ 3 แทน

ทำให้พรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้

แน่นอนว่า พรรคพลังประชารัฐจะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆ จัดตั้งรัฐบาล พร้อมเสนอชื่อ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ

สูตรนี้ จะทำให้เส้นทางก้าวขึ้นเป็นนายกฯของ “บิ๊กตู่” สง่างาม

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ที่น่ารู้ตัวดีอยู่แล้วว่า ไม่มีโอกาสได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และไม่ขัดแย้งกับ “สุเทพ” ที่ตั้งพรรคแย่งฐานเสียง

“บิ๊กตู่-มาร์ค-สุเทพ” จึงจบแบบ “วิน-วิน”