บังเอิญ เลือกตั้ง บังเอิญ งานออก บังเอิญ สัญจร

23.08.18 | 13:00 น.

ย่อมเป็นเหตุบังเอิญ

เป็นเหตุบังเอิญอย่างแน่นอน เป็นเหตุบังเอิญอย่างที่สุด

ที่กำหนดการเลือกตั้งจาก กกต. ฟันธงเปรี้ยงลงมาแล้วว่า “ควรจะ” เป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

ขณะที่รัฐบาลซึ่งอยู่ในตำแหน่งมาแล้ว 4 ปีเริ่มมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างแรงกล้า

สะท้อนออกมาจากมาตรการช่วยเหลือคนยากจนและเกษตรกร ในนาม “ประชารัฐ” ทั้งหลาย

Advertisement

ที่รวมมูลค่าแล้วไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท

สะท้อนออกมาจากการเดินสายลงไปพบปะประชาชน

ไม่ว่าจะเป็นการไปห้อยโหนรถไฟลอยฟ้าชนิดจั๊กกะแร้ชนจั๊กกะแร้กับชาวบ้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สะท้อนออกมาจาก ครม.สัญจร

ที่ตระเวนไปพบปะผู้คน แก้ปัญหา และประกาศการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน-ที่แปลว่าเม็ดเงินจะต้องไหลตามมาจำนวนมหาศาล-ชนิดเดือนต่อเดือน

ฉายภาพไปที่ตัวหลังสุด

มิถุนายน 2561

ในการประชุม ครม.สัญจร จ.นครสวรรค์

– อนุมัติพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพแบบครบวงจร (ไบโอฮับ) ชนิดครบวงจร

ทั้งการตั้งศูนย์ การปลูกพืชเพื่อสนับสนุน และการพัฒนาถนนหนทางเพื่อการขนส่ง

– อนุมัติการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ทั้งในพิษณุโลก อุทัยธานี พิจิตร

– อนุมัติโครงข่ายคมนาคมทางถนน ทางราง และทางน้ำ ทั้งขยาย ปรับปรุง และเพิ่มจำนวนถนน เพิ่มสถานีขนส่งสินค้าทางรถไฟ

– ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกห้วยขาแข้ง-อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

รวมวงเงินงบประมาณทั้งหมดกว่า 50,000 ล้านบาท

กรกฎาคม 2561

การประชุม ครม.สัญจร ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี

แม้จะถูกชิงไฮไลต์ไปด้วยเรื่องอาหารเป็นพิษของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

แต่การอนุมัติงบพัฒนาพื้นที่ไม่ได้น้อยหน้ากัน

เริ่มจากการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ด้วยการขยายถนนเป็น 4 ช่องทาง 12 สาย

เร่งรัดขยายสนามบินนานาชาติอุบลราชธานีให้เร็วขึ้น

เร่งรัดศึกษาโครงการรถไฟทางคู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด

พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร จำนวน 40 โครงการ

อนุมัติโครงการก่อสร้างโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ด้านอาหารเพื่อแปรรูปสินค้าเกษตร

เพิ่มศักยภาพให้บริการของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ศูนย์การแพทย์แผนไทย-พนา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม

ขยายถนนรองรับการท่องเที่ยว 3 เส้นทาง

ทั้งหมดนี้ งบประมาณเบาะๆ เบื้องต้น 10,000 ล้านบาท

แต่อลังการที่สุด คือ ครม.สัญจร จ.ชุมพร

สิงหาคม 2561

ที่ นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย ระบุว่า

พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

“ลงรายละเอียดและตอบรับเซย์เยสทุกโครงการที่เอกชนเสนอ ทั้งระบบราง ถนน ขนส่งทางน้ำและอากาศ และการเกษตร

รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชน

รวมวงเงิน 200,000 ล้านบาท”

ขณะที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศยุทธศาสตร์ที่ ครม.ให้ความเห็นชอบ

ว่าด้วยกรอบแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (เอสอีซี) อย่างยั่งยืน

ด้วยเหตุผลว่า พื้นที่ภาคใต้มีความอุดมสมบูรณ์โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว แต่ที่ผ่านมาการจัดงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่กระจัดกระจายและขาดการเชื่อมต่อ

เบื้องต้นจึงจะมุ่งพัฒนาใน 4 จังหวัดก่อน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยง คือ จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ชุมพรคือแหล่งผลไม้และท่องเที่ยว ระนองคือท่าเรือสู่พม่า อินเดีย ลังกา บังกลาเทศ

สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราชคือพื้นที่เกษตรที่จะเป็นแหล่งผลิตและแปรรูป

จะมีเส้นทางรถไฟรางคู่เชื่อมชุมพร-ระนอง

เชื่อมพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กับทะเลอันดามัน

เป็นโครงการใหญ่เคียงคู่ไทยแลนด์ริเวียร่า จากเพชรบุรีสู่ชุมพร

เป็นความบังเอิญที่น่าสนใจ

ว่าจากนี้ถึงการเลือกตั้ง

ประชาชนจะได้ “อานิสงส์” อะไรเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าไหร่

ด้วยความรวดเร็วขนาดไหน