มีความเด่นชัดทั้งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประ วิตร วงษ์สุวรรณ 1 ในเรื่องล็อกทางการเมือง และ 1 ในเรื่องระบบไพรมารี โหวต
หนทางก็คือ ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44
ต่อท่าทีเรื่องนี้ นายวิษณุ เครืองาม ในฐานะคนเดิน”สาร”จาก
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้งและจากพรรคและกลุ่มการเมือง
มากด้วยความระมัดระวัง มากด้วยความสุขุมกระทั่งขึ้นสู่ระ นาบ “คัมภีรภาพ” อย่างเป็นพิเศษ
เพราะรู้ว่า “ปัญหา” มาจากที่ “ใด”
และตระหนักว่าปมอันเนื่องแต่คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 53/ 2560 มีผลกระทบมากเพียงใด
เหมือนกับปัญหาอันเนื่องแต่ “ล็อก” ในทางการเมือง หรือแม้ระบบ ไพรมารี โหวต จะมาจากพรรคและกลุ่มทางการเมือง
เหมือนกับจะใช่ แต่ความจริงไม่ใช่
แรกที่เกิดรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ประกาศคสช.ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/
2558 อาจใช่
แต่หลังจากประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญเมื่อเดือนเมษา ยน 2560 เป็นต้นมา
ก็เด่นชัดเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ใช่
ยิ่งเมื่อมีการประกาศคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 53/2560 ออกมาทั้งๆที่พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ประกาศและบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคม 2560
ก็ยิ่งเด่นชัดว่า 1 คสช. และ 1 รัฐบาลต่างหากที่กลายเป็นปัญหาสะท้อนความไม่พร้อม ความไม่สุกงอม
จึงจำเป็นต้อง”คลาย”และกระทั่งต้อง”ปลดล็อก”
พลันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอ”ตุ๊กตา”การเลือกตั้งว่าน่าจะเป็นภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 สังคมก็เริ่มมองเห็นถึง
ความพร้อมของทุกองค์ประกอบยกเว้นก็แต่เพียง 1 คสช. และ 1 รัฐบาลเท่านั้น
นับจาก ณ วันนี้ กระทั่งถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 คสช.และรัฐบาลจึงกลายเป็นเป้าของการเฝ้ามองและติดตาม
ทุกอย่างมาจากคสช.และจำเป็นที่คสช.จะต้องปิดเกม

