เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ทหารของ ร.31 พัน 3 รอ. ได้นำรถตู้ตรากงจักรมารับ พ่อแม่ และภรรยาของพลทหาร คชา พะชะ หรือเข้ม ที่ถูกทำร้ายอาการโคม่า เดินทางไปยัง กองพันทหาราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เพื่อทำพิธีเรียกขวัญ ตามความเชื่อถือของญาติของพลทหารคชา ซึ่งตรงจุดที่เกิดเหตุ เป็นอาคารเรือน นอน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องโถง เจ้าหน้าที่ทหารเตรียมเสื่อปูไว้ 1 ผืน ตรงจุดที่ พลทหารคชา ถูกลงโทษ โดยญาติได้ทำพิธีนำเครื่องเซ่นวางไว้ และก็เรียกขวัญโดยกล่าวว่า “..แม่ใหญ่ พ่อแม่ลูกเมีย ซุมอ้ายมาฮับเด้อเข้มเอ้ย กลับไปอยู่นำกัน” ใช้เวลา ประมาณ 3 นาทีเสร็จพิธี และรถตู้คันดังกล่าวก็พาคณะกลับออกมา เดินทางไปยัง รพ.อานันทมหิดล เพื่อเยี่ยมพลทหารคชา และนำขวัญกลับมาที่ร่างของพลทหารคชา ตามความเชื่อ ขณะที่อาการของพลทหารคชา ยังไม่ได้สติอย่างเดิม
นางกาญจนาภร สีหะวงค์ อายุ 29 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเช้านี้ที่เดินทางไปทำพิธีสู่ขวัญหลานชายเพื่อเอากลับไปยังร่างที่นอนหมดสติที่โรงพยาบาลอานันทมหิดล ขณะที่ทางพ่อ แม่ น้า เมีย และ ลูกของ พลทหารคชาเดินทางไปถึงกองร้อย บริเวณด้านล่างที่เป็นห้องโถง นางรุ่งฤดี สีหะวงค์ อายุ 43 ปี มารดาของพลทหารคชาถึงกับร้องไห้โฮออกมาทันทีที่เห็นสถานที่ที่ลูกชายถูกทำร้ายจนสาหัส แต่การทำพิธีสู่ขวัญดำเนินต่อไปจนเสร็จเรียบร้อย

นางกาญจนาภร กล่าวต่อว่า วันนี้ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลอานันทมหิดล ได้เรียกญาติ ๆ เข้าไปคุยและเปิดเผยถึงอาการของหลาน ว่า ทางโรงพยบาลได้ดูแลอาการของหลานอย่างดี และรักษาไปตามอาการ แต่ที่ทางญาติจะขอย้ายผู้ป่วยไปรักษายังโรงพยาบาลอื่นนั้น ตอนนี้ยังไม่ควรจะย้ายไปรักษาที่ไหน เนื่องจากอาการยังน่าเป็นห่วงซึ่งในขณะนี้ทางญาติก็ได้แต่ภาวนาแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ปกปักคุ้มครอง เผื่อปาฏิหาริย์มีจริงให้หลานฟื้นคืนชีพมาได้ ทางโรงพยาบาลลองเอาเครื่องช่วยหายใจออกเพื่อดูอาการว่า จะหายใจได้เองบ้างหรือเปล่า ซึ่่งพอได้บ้าง แต่ตอนนี้อาการก็ยังทรงๆ สมองยังคงบวมอยู่ ทางทหารก็มาดูแลคอยอำนวยความสะดวกด้านที่พักให้กับญาติ ที่เดินทางมาเฝ้าคนป่วยอย่างดี ส่วนทางตำรวจได้ใบรับรองอาการของหลาน เพื่อไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ดำเนินการแจ้งขอหาตามอาการของผู้ป่วย ตนกำลังดำเนินการขอใบชี้แจงอาการจากแพทย์เพื่อเอาไปประกอบสำนวน
วันนี้ พลตรีชัชวาล บูรณรัช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอานันทมหิดล พร้อมคณะแพทย์ มีน.พ. อำนาจ เมฆชมพู ,พันเอก สุชาดา นิยมสม แพทย์ด้านอายุรกรรมประสาท,และ พันตรี วีระยุทธ อนันต์สวัสดิ์ แพทย์ประจำคนไข้ของ พลทหารคชา พร้อมด้วย พ่อและแม่ ของพลทหารคชามาร่วมแถลง ต่อสื่อมวลชนโดยมีผู้บังคับบัญชาของพลทหารคชา พมาคอยสังเกตการณ์อยู่ด้วย

พลตรีชัชวาล เปิดเผยว่า ผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เวลา 23.00 น. ด้วยอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว ตรวจร่างกายพบว่าผู้ป่วยไม่มีชีพจร ไม่หายใจและได้ทำการเริ่ม CPR 2 ครั้งใช้เวลาทั้งหมดรวมประมาณ 45 นาที คนไข้เริ่มกลับมามีชีพจร แต่ยังไม่รู้สึกตัวจึงใส่ท่อช่วยหายใจ และส่งเข้ารับการรักษาหน้าหอผู้ป่วยวิกฤตของโรงพยาบาล ผลตรวจภาพรังสีทางสมองไม่พบภาวะเลือดออกในสมอง แพทย์วินิจฉัยภาวะหัวใจหยุดเต้นไม่ทราบสาเหตุ จึงให้การรักษาด้วยการประคับประคองอวัยวะโดยใช้เครื่องช่วยหายใจ รักษาระดับความดันเลือด ให้สารน้ำ ให้การฟอกเลือด อาการล่าสุด เมื่อเวลา 14 นาฬิกา ของวันที่ 24 สิงหาคม สัญญาณชีพจรระดับความดันโลหิตหลังจากให้ยาแล้วอยู่ในเกณฑ์ปกติ การหายใจใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการทางระบบประสาท ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว จากสาเหตุภาวะสมองบวม ซึ่งเกิดจากการขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน การรักษาที่ให้ ณ ขณะนี้สภาวะการทำงานของปอดอยู่ในเกณฑ์ดี ภาวะไตวายหลังจากฟอกไตอยู่ในเกณฑ์คงที่และเริ่มมีปัสสาวะออก ปัญหาในตอนนี้ คือภาวะสมองบวม ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวและหายใจเองไม่ได้ และยังอยู่ในภาวะปกติ

