หน้าแรก การเมือง สั่ง! เตรียมพ...

สั่ง! เตรียมพร้อมรับพายุลูกใหม่ก.ย.นี้ เผยปริมาณน้ำในอ่างขนาดใหญ่ พบ 10แห่งเกิน 80%

24.08.18 | 19:09 น.

สทนช.เผย ที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ สั่งทุกหน่วยทำแผนบริหารจัดการ เตรียมรับพายุลูกใหม่ก.ย.นี้ หลังพบอ่างขนาดใหญ่ 10 แห่งเกิน 80 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเวลา 17.15 น.วันที่ 24 สิงหาคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวภายหลังการประชุมอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 3/2561 ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ จัดทำแผนการระบายน้ำรองรับพายุลูกใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะนำสถิติเก่ามาเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะสถานการณ์น้ำเปลี่ยนไป เนื่องจากมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเกิน 80 เปอร์เซ็นต์แล้วกว่า 10 แห่ง มีระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุมอีก 7 แห่ง รวมถึงอ่างเก็บน้ำน้ำอูน จ.สกลนคร ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ และแม้เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จะบริหารจัดการน้ำได้ดี แต่ก็ต้องเพิ่มกำลังบริหารจัดการน้ำอีก

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ที่มีระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม มีการปล่อยน้ำวันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้เพิ่มการปล่อยน้ำเป็นวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว โดยจะต้องจัดทำแผนขึ้นใหม่ว่าจะสามารถเร่งระบายก่อนที่พายุจะเข้ามา หรือจะยอมปล่อยให้พื้นที่ท้ายน้ำท่วม เพื่อบริหารจัดการว่าจะปล่อยน้ำหรือไม่ ทั้งนี้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งทำแผนให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะได้รับผลกระทบจากพายุลูกใหม่ ขณะเดียวกันจะต้องหามาตรการรับมือกับอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำค่อนข้างต่ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น การจัดทำฝนหลวง และแผนการส่งน้ำเพื่อเพาะปลูกพืชฤดูแล้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบระบบโทรมาตรให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. พิจารณาติดตั้งระบบโทรมาตรวัดน้ำฝนบริเวณพื้นที่ต้นน้ำสำคัญ ๆ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เช่น เขื่อนแก่งกระจาน รวมทั้งอ่างเก็บน้ำของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานด้วย อีกทั้งที่ประชุมเน้นย้ำให้การจัดทำข้อมูลมีความเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะของสทนช. กับกระทรวงมหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนประชาชน ก่อนที่จะน้ำจะเข้ามา

“ รองนายกฯ ได้ให้ข้อมูลว่าในหลวงรัชกาลที่10 มีพระราชดำรัสผ่านมาทางราชเลขาฯว่าทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน และอีกอย่างที่สำคัญคืออยากให้หน่วยงานที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาใหม่นี้ทำหน้าที่ รวบรวมและบูรณาการงานทั้งหมดโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาร่วมทำงานด้วย ” เลขาธิการ สทนช.ระบุ