เดือนกันยายนอีกไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์อึมครึมทางการเมืองคงจะชัด
จะมีเลือกตั้ง และเป็นไปตามปฏิทิน 24 กุมภาพันธ์ 62 ตามยืนยันของบิ๊กตู่หรือไม่
กันยายนนี้มีคำตอบ
หากเป็นไปตาม วิษณุ เครืองาม คาดการณ์ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษากลางเดือนหน้า
ก็จะเป็นเครื่องการันตีการเลือกตั้งอีกระดับ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นกฎหมายลูก 1 ใน 4 ฉบับสำคัญ ที่เมื่อมีผลบังคับใช้ครบแล้ว ปฏิทินเลือกตั้งจะเริ่มนับหนึ่ง ต้องจัดให้มีขึ้นภายใน 150 วันทันทีตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
ไม่ต้องรออีกฉบับ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ประกาศบังคับใช้
ทั้งนี้เนื่องจาก ระยะเวลา 90 วันที่ทดยืดบังคับใช้ไว้ กว่ากฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้จริง ครอบคลุม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.อยู่แล้ว เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะมีการประกาศใช้ในลำดับถัดจากที่กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจาฯ ภายในเดือนกันยายนนี้เช่นกัน โดยที่มีผลทันที
ฉบับ ส.ว.จึงไม่มีผลกระทบต่อวัน เวลา เลือกตั้งตามโรดแมป
เมื่อทั้ง 4 ฉบับใช้ครบ
พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.ประกาศในราชกิจจาฯกลางกันยาฯ และมีผลปฏิบัติเป็นทางการประมาณกลางเดือนธันวาคม
24 กุมภาพันธ์ 2562 ก็อยู่ในกติกา 150 วัน ซึ่งที่จริงจะจัดเลือกตั้งเร็วกว่านี้ก็ได้ แต่ช้ากว่าเดือนพฤษภาคม 2562 ไม่ได้ เลยกรอบภายใน 150 วัน
ที่จริง หากมองข้ามเรื่องขอเวลาอีกไม่นาน นับจากพฤษภาคม 2557 แต่ล่วงเลยมากว่า 4 ปีแล้ว ยังไม่คืนอำนาจ
24 กุมภาฯ 62 ถือว่าไม่ช้านัก ฝ่ายการเมือง นักวิชาการรับได้
โดยหากกฎหมายลูก เป็นไปตามคาดการณ์ กรอบเวลาทุกอย่าง
ฤกษ์เปิดคูหากาบัตรที่นายกฯสัญญา ก็มั่นคง ไม่ขยับเขยื้อน เลื่อนอีก
และเมื่อทุกอย่างชัดเจน การผ่อนคลายกฎ ข้อห้ามอะไรต่อมิอะไรก็เกิดขึ้น เดือนกันยายนจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับโหมดเข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้งอย่างแท้จริง
ไม่เพียงแต่ในทางกฎหมายเท่านั้น
เดือนกันยายนยังเป็นเดือนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมประกาศท่าที เมื่อมีความแน่นอนทางกฎหมายแล้ว ว่าจะตอบรับเทียบเชิญ การเป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีชื่อที่พรรคการเมืองต้องเสนอหรือไม่
พรรคพลังประชารัฐก็ปักหมุด วางโปรแกรมจัดประชุมจัดโครงสร้างการบริหาร วางตัวหัวหน้า เลขาฯพรรค ฯลฯ เดือนนี้
กันยายนจึงเป็นเดือนแห่งความคึกคักทางการเมือง
อาจได้เห็นตัวตน แคนดิเดตชิงนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเต็ง 1 อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ หัวโตขาลีบ
รัฐอวดอ้าง อัตราการขยายตัวจีดีพี แต่ประชาชนฐานรากอดอยากแร้นแค้น นักวิชาการบางท่านชี้ว่าเป็นยุคตลกร้าย ประเทศมั่งคั่ง แต่ประชาชนยากจน
การตัดสินใจของบิ๊กตู่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ในขณะที่ชื่อถูกเย้ยหยัน ขายไม่ออกในเชิงการบริหารจัดการแก้ปัญหาปากท้อง คนส่วนใหญ่
แต่พรรคการเมืองสายตรงขั้วอำนาจรัฐ ยังคงมั่นใจยืนยัน ต้องการตัว นำชื่อมาเป็นจุดขายชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในสนามเลือกตั้ง
ท้าแข่ง ท้าทาย
น่าสนใจยิ่ง ก็ตรงที่หาก ‘บิ๊กตู่’ ตอบรับเทียบเชิญ
การแข่งขัน 24 กุมภาพันธ์ 62 จะนำไปสู่การถล่มทลายแบบไหน
แพ้หรือว่าชนะ ใครถูกถล่ม-ใครถูกทลาย

