เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาคลายล็อก 6 ข้อ ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ว่า ถ้าถามว่าเชื่อหรือไม่ว่า 6 ข้อนั้นเป็นไปได้หรือไม่ คำตอบก็คือเชื่อ เพราะว่าถึงเวลาแล้วตามกฎหมายและทั้ง 6 ข้อนั้น เป็นเรื่องที่ผ่านการพูดคุยหารือระหว่าง คสช.กับพรรคการเมืองครั้งที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่ใช่เป็นการร้องขอ ถ้าไม่ทำจะเกิดปัญหากับทุกคน ทั้งผู้ถืออำนาจ พรรคการเมือง ระบบเลือกตั้งและกระทบไปถึงโรดแมปการเลือกตั้งด้วย
“เชื่อว่าจะมีการคลายล็อกก่อน การปลดล็อกจะตามมาในเวลาไม่นาน คสช.คงจะคลายล็อกให้ทั้งหมด เพราะจะมีผลทางการเมือง อาจจะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลก็ได้ ดังนั้น จึงเพียงแค่คลายล็อก ถึงจะเรียกร้องอย่างไรก็ไม่เชื่อว่าจะมีการปลดล็อกทั้งหมด เพราะหากมองในแง่ของรัฐบาล และคสช.อาจจะสุ่มเสี่ยงเกินไปต่อเรื่องอื่นๆ เชื่อว่าคงรอกระทั่งกฎหมายมีผลบังคับใช้ และใช้การบังคับตามกฎหมายคือ ให้กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วมีกฤษฎีกาเลือกตั้งและมีการจัดการ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 6 ข้อนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องทำ ไม่ว่าจะชอบใจหรือไม่ชอบใจก็ตาม เพื่อให้พรรคการเมืองประชุมได้ ต้องมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้ จัดการเรื่องสมาชิกได้ เพราะทุกเรื่องอยู่ในกฎหมายทั้งหมดทุกข้อเกี่ยวเนื่องกันไปหมด เรียกว่าเฟืองต่อเฟืองต่อเนื่องกันไปหมด” นายนิกรกล่าว
ผู้อำนวยการพรรค ชทพ.กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องวิธีการทำไพรมารีโหวตที่นายวิษณุยังพูดไม่ชัด อาจเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางการเมืองเป็นหลัก เบื้องต้นตามรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีไพรมารีโหวต เพราะฉะนั้นการยึดถือตามรัฐธรรมนูญเป็นนัยสำคัญจะได้ไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หาก คสช.เลือกที่จะคลายล็อกเรื่องใด ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำได้อยู่แล้ว ไม่น่ากังวล ทั้งนี้ การที่ไม่ปลดล็อกไปเลย คงเพราะกลัวว่าจะเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาล เพราะในการหาเสียงเลือกตั้งบางมิติการชี้ว่ารัฐบาลทำไม่ถูกนั้นก็เป็นการหาเสียงอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นเช่นนั้นจากเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลอย่างมาก ไม่ใช่การหาเสียงเพื่อการเลือกตั้ง แต่แรงกดดันจะไปอยู่ที่รัฐบาล โดยอาจจะกลัวเรื่องความรุนแรงทางการเมือง ที่จะพุ่งเข้าใส่รัฐบาลมากกว่า ดังนั้น เชื่อว่าการปลดล็อกทั้งหมด คสช. คงรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้
“พรรคการเมืองยอมรับสภาพการคลายล็อกได้ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น อย่างไรก็ต้องยอมรับ เชื่อว่ายังไม่ปลดล็อกแน่ที่ต้องคลายล็อกเพราะเป็นสภาพบังคับของกฎหมาย แต่สภาพของการเมืองจะทำให้การปลดล็อกเกิดขึ้นหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ และไม่เชื่อว่าจะกระทบต่อโรดแมป เนื่องจากหลายเสียงยังย้ำอยู่ว่าเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นที่จะขยายไป แต่จะไปบอกว่าเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 แน่นอนก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการตัดสินใจร่วมกับ กกต. จะกลายเป็นการก้าวก่าย กกต. ต้องเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นที่ยังไม่มีรู้ว่าคืออะไร” นายนิกรกล่าว

