‘สมศักดิ์’ นำสามมิตรสัญจรพบชาวสวนยางบึงกาฬ ‘ปรีชา’ แย้มต้นก.ย.อดีต ส.ส.พท.ซบ ‘สามมิตร’ อีกอื้อ (คลิป)

25.08.18 | 17:53 น.

“สมศักดิ์ เทพสุทิน” นำสามมิตรสัญจรพบชาวสวนยางพาราที่บึงกาฬ จี้รัฐอนุโลมสำหรับผู้ลืมพกใบขับขี่แสดงทางไลน์ได้ “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข” ลั่นชาตินี้ไม่ขอกลับไปเพื่อไทยอีก แย้มต้นก.ย.นี้ มีอดีต ส.ส.พท. ตบเท้าซบ “สามมิตร” อีกอื้อ

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม กลุ่มสามมิตร นำโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขากลุ่มสามมิตร นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร พร้อมด้วยนายสมคิด บานไธสง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ แสงศรี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ดร.สุริยา พูยี่หวา อดีตผู้ช่วยสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ได้เดินทางไปพบกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพารากว่า 300 คน ที่บ้านโพธิ์หมากแข้ง ต.บึงโขลงหลง อ.บึงโขลงหลง จ.บึงกาฬ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและรับฟังปัญหาของเกษตรกร โดยเกษตรกรได้เสนอปัญหาให้กลุ่มสามมิตร นำไปเสนอรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการแก้ไข ประกอบด้วยปัญหาราคายางตกต่ำ รวมถึงปัญหาไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ทำกิน


จากนั้นคณะของนายสมศักดิ์ และกลุ่มสามมิตร ได้เดินทางไปพบกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ โดยมีนายยุทธพงศ์ แสงศรี อดีต ส.ส.บึงกาฬ พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ประสานงาน และเดินทางไปพบกับกลุ่มเกษตรกรที่อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ซึ่งมีนายถนอม สมผล สจ.อ.วานรนิวาสและประธาน นปช.จ.สกลนคร เป็นผู้ประสานงาน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบกับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราอ.บึงโขลงหลง พบว่าช่วงนี้ถูกน้ำท่วมสวนยางและราคายางตกต่ำ ตนจึงได้เสนอแนวคิดเรื่องการแปรรูปยางพาราเพื่อแก้ปัญหา เช่น ทำที่นอน ทำหมอนเพื่อสุขภาพ ซึ่งรัฐบาลควรจะมีการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตสินค้าเหล่านี้โดยใช้วัตถุดิบจากยางพาราของชาวบ้าน จากนั้นก็ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ปัญหายางราคาตกต่ำก็จะหมดไป

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการที่จะมีการออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะถ้าไม่มีใบขับขี่จะมีโทษปรับ 10,000-50,000 บาท และมีโทษจำคุกด้วยนั้นว่า จากข้อมูลที่ระบุว่าอุบัติเหตุเกิดจากผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ถึง 2 ใน 3 และเกิดกับผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับขี่ 1 ใน 3 เจ้าหน้าที่และฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงยืนยันจะออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ให้ได้นั้น ตนเองเห็นว่าเพื่อเป็นการไม่ให้เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองไปมากกว่านี้ ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภทมีใบขับขี่แต่ลืมไม่ได้พกมาก็ให้สามารถแสดงใบอนุญาตขับขี่ทางไลน์หรือถ้าถ่ายไว้ในโทรศัพท์ก็แสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจสอบในระบบไอทีได้ว่าเป็นใบอนุญาตขับขี่จริงหรือปลอมซึ่งทุกวันนี้ระบบเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลมากสามารถทำได้อยู่แล้ว ส่วนผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไม่มีข้อยกเว้นและกลุ่มสามมิตรก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้วเพราะผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ไม่สามารถมาขับรถได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้กลุ่มสามมิตรอยากจะเสนอให้ฝ่ายที่รับผิดชอบกับการออกกฎหมายนี้เขียนกำหนดไว้เลยว่าผู้ที่ไม่ได้พกใบอนุญาตขับรถหรือลืมสามารถแสดงทางไลน์หรือรูปภาพได้

Advertisement

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการที่คสช.จะปลดล๊อกอนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้นั้น จะเป็นการลบข้อครหาในการเคลื่อนไหวขอกลุ่มสามมิตรหรือไม่นั้นว่า ที่จริงแล้วที่ผ่านมา ทุกพรรค ทุกกลุ่มก็เคลื่อนไหวทำกิจกรรมเหมือนกับกลุ่มสามมิตร เพียงแต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ทางฝ่ายกฎหมายขอกลุ่มสามมิตรกำลังจะชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคมอยู่ว่าเราทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและคำสั่งของคสช.ทุกประการ ฉะนั้นถึงแม้จะปลดล๊อกหรือไม่อย่างไรกลุ่มสามมิตรก็จะเดินหน้าทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกกลุ่มทุกอาชีพต่อไปเพราะเราไม่ได้ทำผิดกฎหมายและกติกาใดๆ

ด้านนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข แกนนำกลุ่มสามมิตรและอดีต รมว.ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม อดีต ส.ส.จ.เลย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า ตน พร้อมด้วย นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข และนายวันชัย บุษบา จะกลับไปอยู่พรรคเพื่อไทยนั้นว่า ตนเดินออกจากตรงนั้นมาไกลแล้วทั้งชาติก็คงไม่กลับไปพรรคเพื่อไทยอีก การที่ตัดสินใจมาร่วมกับกลุ่มสามมิตรก็เพราะมีอุดมการณ์และแนวทางเป้าหมายร่วมกันคือ ต้องการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและนำเสนอสะท้อนปัญหาของประชาชนให้ผู้ที่มีอำนาจและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง

“ไม่เฉพาะผมจะไม่กลับไปที่พรรคเพื่อไทย แต่จะมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยในภาคอีสานและพรรคการเมืองอื่นอีกหลายจังหวัดออกมาร่วมกับกลุ่มสามมิตรหลายคน ณ วันนี้น่าจะอยู่ที่ตัวเลขประมาณ 30 กว่าคน โดยจะเริ่มทยอยมาเพิ่มอีกในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้และจะเปิดตัวเป็นทางการได้เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างชัดเจนแล้ว”นายปรีชา กล่าว