แม้ “การเลือกตั้ง” จะเป็นที่สนใจสูงยิ่งว่าจะเกิดขึ้นจริงตามวันเวลาที่ประกาศ และให้สัญญากันไว้จริงหรือไม่ ทว่ามีอีกเรื่องหนึ่งสำหรับเดือนหน้า “กันยายน” ที่ทุกฝ่ายเฝ้าติดตามอย่างใจจดใจจ่อว่าจะออกมาในทิศทางใด
นั่นคือ “ท่าทีที่ชัดเจนในทางการเมือง” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เหตุที่ทำให้เฝ้ารอ “กันยายน” เพราะเจ้าตัว “บิ๊กตู่” ประกาศไว้เองว่า เป็นกำหนดการที่จะบอกกล่าวให้ประชาชนคนไทยได้รับรู้
และจะว่าไป แนวทางสำหรับอนาคตทางการเมืองของ “หัวหน้า คสช.” มีความสำคัญยิ่งต่อความเป็นไปของประเทศ
ด้วยว่าในแต่ละแนวทาง ล้วนจะนำมาซึ่งรายละเอียดของแนวโน้มทางการเมืองที่แตกต่างกัน
แนวทางแรก คือ “ประกาศตัวเข้าสู่การเมืองในระบบ” คือ “เลือกที่จะอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง” อาจจะยอมรับฐานะผู้นำพรรค หรือเลือกพรรคที่จะเสนอชื่อตัวเองไปหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าชิงเก้าอี้ผู้นำได้ทันทีในยกแรกหลังการเลือกตั้ง
หนทางนี้มีความเสี่ยงอยู่สูง เพราะเท่ากับเป็นการลงสนามท้ารบในการเลือกคนที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยตรง หากผลการเลือกตั้งออกมาปรากฏว่าไปสู่ในพรรคที่พ่ายแพ้ จะทำให้มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมที่จะผลักดันให้เป็นผู้นำประเทศหลังจากนั้น
ในหนทางนี้กลไกทางกฎหมายที่วางเกมไว้ในเรื่องวุฒิสมาชิก จะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
แต่กลับเป็นหนทางที่จะสร้างความสง่างามที่สุด เพราะถือว่าเป็นผู้เสนอตัวเข้ามาตามระบบ ปิดข้อครหาเรื่อง “ผู้นำคนนอก” ได้สนิท
แนวทางที่สอง ไม่ให้พรรคใดพรรคหนึ่งเสนอชื่ออย่างเป็นทางการ แต่วางเกมเพื่อรอจังหวะที่ผู้นำพรรคการเมืองไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี เปิดทางให้รัฐสภาเสนอคนนอกได้ และวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหามีบทบาทเต็มที่ในการร่วมเสนอและร่วมโหวต
หนทางนี้เป็นทางเดินที่จัดการง่ายที่สุดในทางเทคนิค เพราะแต่ละพรรคการเมืองมีอิสระที่จะเข้ามาร่วมโหวต
ไม่มีปัญหาในทางกฎหมาย แต่คำถามในเรื่องความชอบธรรมจะติดตัวไปตลอด พร้อมๆ กับภาพของ “นายกฯคนนอก” ที่จะต้องถูกหยิบยกมาพูดถึงไม่รู้จบสิ้น
จะก่อความอึดอัด และชวนให้หงุดหงิดตลอดการทำงาน
ที่สำคัญอยู่ที่ในจุดนั้นจะเป็น “การทำงานที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบของรัฐสภา” ซึ่งมีรายละเอียดควบคุมความหงุดหงิดมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นี่เป็นแนวทางที่คนในสังคมกำลังจับตาว่า “กันยายน” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” บอกว่าชัดเจนนั้นเป็นไปในทางไหน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา คนที่ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด จะได้ยินเสียงบ่นของ “บิ๊กตู่” ถี่ขึ้น ถึงความเหนื่อยล้าในงาน “ผู้นำประเทศ”
จึงทำให้มีบางคนประเมินว่า “แนวทาง” อาจจะไม่ใช่ 2 ทางที่จะเคลื่อนสู่ “ผู้นำประเทศ” หลังเลือกตั้ง
หาก “กันยายน” เป็นการประกาศวิธี “ลงจากหลังเสือ” แม้จะเป็นเรื่องที่ผิดคาด แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ความน่าสนใจอยู่ที่ ในหนทางนี้ จะเป็น “ผลดี” หรือ “ผลเสีย” ต่ออนาคตการเมืองไทย
เป็นคำถามที่หลายคนกำลังควบคุมข้อมูลด้านต่างๆ เพื่ออธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้น
การ์ตอง

