‘โกศล ปัทมะ’ ยัน ส.ส.เพื่อไทยอีสานเหนียวแน่น มั่นใจรักษาเก้าอี้ได้ โวอาจได้ที่นั่งเพิ่ม

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการปรับโครงสร้างของพรรคเพื่อไทยเพื่อรับมือกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงว่า พรรคเพื่อไทยรอให้ คสช.ปลดล็อกอนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมก่อน เพราะที่ผ่านพรรคถูกจับตาความเคลื่อนไหวมาตลอด ไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้ามีการอนุญาตแล้วพรรคก็จะจัดประชุมเพื่อให้สมาชิกพิจารณาเลือกผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งต่างๆ ตามโครงสร้าง โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรค อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภายในพรรคเพื่อไทยมีบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ เหมาะกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งพรรคจะเสนอชื่อเพื่อชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไป นอกจากนี้พรรคได้เตรียมนโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพไว้ในเบื้องต้นแล้ว มั่นใจว่าจะเป็นนโยบายที่โดนใจและสามารถแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน ภายใต้ปรัชญาของพรรคเพื่อไทยคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส

ต่อข้อถามกรณีนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายไปอยู่กับกลุ่มสามมิตร ระบุว่าชาตินี้จะไม่กลับไปอยู่พรรคเพื่อไทย และยังจะมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยย้ายมาอยู่กับกลุ่มสามมิตรอีกหลายคนภายในต้นเดือนกันยายนนี้ นายโกศลกล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน ส่วนใหญ่ยังเหนียวแน่น ยืนยันที่จะอยู่กับเรา เพราะจากการลงพื้นที่พบกับชาวบ้านทุกจังหวัดในภาคอีสานก็ยังชื่นชอบและเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับเขาได้ในอนาคต ฉะนั้นตนจึงมั่นใจว่าหากพรรคเพื่อไทยได้มีการปรับโครงสร้างพรรคและนำเสนอนโยบายแก่ประชาชน เชื่อว่าพรรคจะสามารถรักษาฐานเสียงที่นั่ง ส.ส.เดิมในภาคอีสานไว้ได้ และน่าจะได้ที่นั่งมากกว่าเดิม

นายโกศลกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มสามมิตรรับปากกับชาวบ้านว่า จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44 ประกาศตั้งจังหวัดบัวใหญ่แยกจาก จ.นครราชสีมา ว่า ที่ผ่านมามีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นโดยประขาชนใน 8 อำเภอของ จ.นครราชสีมา ประสบปัญหาเรื่องการคมนาคมที่ห่างไกลจากตัวจังหวัด ปัญหาเรื่องการสาธารณสุข และการขาดแคลนแหล่งน้ำในการอุปโภคบริโภค เนื่องจาก จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดใหญ่ มีพื้นที่กว้างถึง 32 อำเภอ จึงมีปัญหาเรื่องการกระจายงบประมาณลงสู่อำเภอต่างๆ ไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนทั้ง 8 อำเภอออกมาเรียกร้องให้มีการแยกจังหวัดและตั้งเป็นจังหวัดบัวใหญ่มานานแล้ว และในสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็มีการยื่น พ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบัวใหญ่เข้าสู่สภาไปแล้ว เพียงแต่ยังติดขัดเรื่องงบประมาณและต้องผ่านคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการก่อน ขณะเดียวกันก็เกิดการยึดอำนาจปฏิวัติรัฐประหารจึงทำให้ พ.ร.บ.ดังกล่าวตกไป

“การที่กลุ่มสามมิตรรับปากกับตัวแทนชาวบ้านว่าจะผลักดันให้มีการใช้ ม.44 นั้น น่าจะมีเป็นการหวังผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น จังหวัดนครราชสีมามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ตนจึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องศึกษาถึงข้อดี ข้อเสีย ให้ได้ข้อยุติอย่างมีระบบตามหลักวิชาการ ถ้ามีข้อสรุปอย่างไร เสียงข้างมากเห็นอย่างไร ตนในฐานะเป็นอดีต ส.ส.เขต 5 อำเภอบัวใหญ่ ก็พร้อมให้การสนับสนุน” นายโกศลกล่าว

สำหรับกรณีปัญหาราคาอ้อยตกต่ำในขณะนี้ กลุ่มสามมิตรก็รับว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรนั้น นายโกศลกล่าวว่า ปัญหาราคาอ้อยตกต่ำตนทราบมาว่ามีการแก้ไขระเบียบเพื่อเอื้อให้กับนายทุนบางราย โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ และจากการที่ตนลงไปพบกับชาวไร่อ้อย อ.แก้งสนามนาง อ.บ้านเหลื่อม และ อ.บัวใหญ่ ก็ได้รับทราบปัญหาเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ในอนาคตหลังการเลือกตั้งถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลก็ได้เตรียมมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืนไว้แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นายอ้วนเย็นตาโฟบะเต็ง เสาชิงช้า คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม
บทความถัดไป‘วัฒนา’ ชี้ กำลังพลทหารไทยมากเกินจำเป็น เป็นภาระงบ ต้องปฎิรูป-ลดขนาดให้เหมาะ